จับตาสถานการณ์อิสราเอล-ฮามาส ลงทุนไทยยังไปต่อได้?

5.11.23 | 12:30 น.

จับตาสถานการณ์อิสราเอล-ฮามาส ลงทุนไทยยังไปต่อได้?

สวัสดีครับท่านผู้อ่านคอลัมน์ “คิด เห็น แชร์” ในเดือนนี้ ผมอยากจะแชร์มุมมองสถานการณ์การลงทุนของภาคอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจท่ามกลางสงครามระหว่างอิสราเอลและฮามาสที่ตอนนี้ทั่วโลกต่างจับตามองว่า หากสงครามขยายวงมากขึ้น จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภูมิภาคของเราตลอดจนทั่วโลกจะเป็นอย่างไรต่อไป และต้องรับมือระยะยาวอย่างไร

ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของไทยมีความอ่อนไหวตามสถานการณ์การเมืองของไทยและของโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นับตั้งแต่ต้นปีเรื่อยมาจนเข้าสู่ไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ โดยหลายสถาบันการเงินได้ออกมาวิเคราะห์ว่า ช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ต่อไปจนถึงปีหน้าเศรษฐกิจไทยน่าจะขยายตัวได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากเสถียรภาพทางการเมืองที่เพิ่มขึ้น มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลจะทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้นได้อีก

ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินได้ออกมาให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันความขัดแย้งยังคงอยู่ในพื้นที่จำกัด แต่หากมีการแบ่งขั้ว และประเทศมหาอำนาจให้การสนับสนุนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอย่างชัดเจน จนนำไปสู่ความขัดแย้งลุกลามจนเกิดความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ก็อาจจะนำไปสู่ความไม่มั่นคงทั่วโลก ตะวันออกกลางเป็นแหล่งผลิตและส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ที่สำคัญของโลก ได้แก่ น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ และปุ๋ย การชะงักของห่วงโซ่อุปทานอาจจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมไปทั่วโลก และไทยเองก็ต้องได้รับผลกระทบไปด้วยไม่มากก็น้อยครับ

แม้การสู้รบในตะวันออกกลางจะส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจของโลก และไทยก็ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน ก็นับว่าสถานการณ์ดังกล่าวยังไม่ส่งผลต่อภาพรวมการลงทุนภาคอุตสาหกรรมและความเชื่อมั่นของนักลงทุนมากนัก แต่ต้องยอมรับว่าสำหรับสินค้าส่งออกจากไทยไปอิสราเอล ล้วนเป็นรายการที่สำคัญ ได้แก่ รถยนต์และส่วนประกอบ อาหารทะเลกระป๋อง อัญมณีและเครื่องประดับ ตู้เย็นและส่วนประกอบ ข้าว เครื่องจักร และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง เม็ดพลาสติก ผลิตภัณฑ์ไม้ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ เป็นต้น

Advertisement

เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท ฉางอาน ออโต้เซ้าท์อีสเอเซีย จำกัด (Changan) หนึ่งในกลุ่มยานยนต์ชั้นนำของจีน ได้ลงนามซื้อขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 4 เพิ่มอีกราว 300 ไร่ ภายใต้การสนับสนุนเป็นอย่างดีจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในด้านสิทธิประโยชน์การจัดตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในไทย แสดงให้เห็นว่าไทยยังคงเป็นตลาดที่ได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุนรายใหญ่ ทั้งความพร้อมด้านสาธารณูปโภค การคมนาคม แรงงาน ตลอดจนบรรยากาศโดยรวมของการลงทุน

นอกจากนี้ ปีงบประมาณ 2566 (กันยายน 2565-ตุลาคม 2566) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) มียอดขาย/เช่าพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม จำนวน 5,693 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 182% เกินกว่าเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ โดยเป็นพื้นที่ขาย/เช่าในอีอีซี 4,753 ไร่ และนอกพื้นที่อีอีซี 939 ไร่ เป็นผลมาจากทิศทางการเคลื่อนย้ายการลงทุนที่เกิดขึ้นทั่วโลก ประกอบกับแนวทางการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมของ กนอ. ได้รับความสนใจทั้งจากผู้ประกอบการและภาคเอกชนในการร่วมจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม

ดร.วีริศ อัมระปาล
ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.)