‘ธรรมนัส’ เตรียมเสนอ 2 มาตรการ ชะลอขายข้าวหวังรักษาเสถียรภาพราคา เข้า ครม. 7 พ.ย.นี้
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ สำรวจข้อมูลหนี้สินของสมาชิกสหกรณ์การเกษตรและกลุ่มเกษตรกร เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณา ในวันที่ 7 พฤศจิกายนนี้ โดยต้องการให้โครงการพักชำระหนี้ให้ครอบคลุมในส่วนของเกษตรกรที่เป็นสมาชิกสหกรณ์การเกษตรและกลุ่มเกษตรกรทั่วประเทศด้วย เช่นเดียวกับลูกหนี้ ธ.ก.ส. ทั้งจะเสนอขอชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ให้สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร 4.5% เป็นเวลา 3 ปี ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณรวม 55,038 ล้านบาท แบ่งเป็นวงเงินสินเชื่อ 44,437 ล้านบาท และวงเงินจ่ายขาดประมาณ 10,601 ล้านบาท
“ผมเข้าใจถึงความเดือดร้อนของเกษตรกรทุกคน จึงเห็นว่านโยบายแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคเกษตรควรดูแลครอบคลุมถึงเกษตรกรที่เป็นสมาชิกของสหกรณ์ภาคการเกษตร และกลุ่มเกษตรกร ภายใต้หลักเกณฑ์เดียวกับเกษตรกรรายย่อย ที่เป็นลูกหนี้ของ ธ.ก.ส. ที่มีหนี้ไม่เกิน 300,000 บาท โดยจะเป็นการพักทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย คาดว่ามีสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไข จำนวน 707,213 ราย มูลหนี้รวม 88,131.33 ล้านบาท และจะขอความเห็นชอบรัฐบาลจ่ายเงินชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ให้แก่สหกรณ์และกลุ่มเกษตรแทนสมาชิก ในอัตรา 4.5% ต่อปี เป็นเวลา 3 ปี เริ่มตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2566-30 กันยายน 2569 ซึ่งนโยบายดังกล่าวได้นำเสนอไปยังสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะเลขานุการคณะทำงานเพื่อกำหนดมาตรการในการพักหนี้เกษตรกรฯ แล้ว” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้กรมการข้าวและกรมส่งเสริมสหกรณ์ จัดทำข้อมูลเพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา 2 มาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2566/67 ด้วยวงเงินจ่ายขาดประมาณ 10,601 ล้านบาท โดยจะมีมาตรการ ได้แก่ 1.สินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี มีเป้าหมาย 3 ล้านตัน วงเงิน 10,120.71 ล้านบาท ช่วยค่าฝาก 1,500 บาทต่อตัน (สหกรณ์รับ 1,000 บาทต่อตัน+เกษตรกรรับ 500 บาทต่อตัน) ให้เก็บข้าวไว้ในยุ้งฉาง 1-5 เดือน เริ่ม 1 ตุลาคม 2566 ถึง 29 กุมพาพันธ์ 2567 ในราคาข้าวหอมมะลิตันละ 12,000 บาท ข้าวหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 10,500 บาท ข้าวหอมมะลิปทุมธานี ตันละ 10,000 บาท ข้าวเจ้า ตันละ 9,000 บาท ข้าวเหนียวตันละ 10,000 บาท หากราคาข้าวขึ้น รวมถึงเกษตรกรรายย่อยที่มียุ้งฉางด้วย ซึ่งจะเริ่มจ่ายเงินหลังจาก ครม. มีมติเห็นชอบ
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวอีกว่า 2.สินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่ม มีเป้าหมาย 1 ล้านตัน วงเงิน 481.25 ล้านบาท สหกรณ์จ่ายดอกเบี้ย 1% รัฐช่วยดอกเบี้ย 3.85% ระยะเวลา 15 เดือน เริ่ม 1 ตุลาคม 2566 ถึง 30 กันยายน 2567 โดยจะเริ่มจ่ายเงินหลังจาก ครม. มีมติเห็นชอบ ส่วนเงินช่วยเหลือพี่น้องชาวนาซึ่งเป็นค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพข้าวไร่ละ 1,000 บาทต่อไร่ จะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ในช่วงต้นเดือนธันวาคมนี้ ต่อไป

