ปิดดีลซื้อขายอสังหาฯพุ่ง 6.5 หมื่นล้าน ‘ที่ดิน-โรงแรม’ เมืองท่องเที่ยวฮอต ‘ภูเก็ตแตก’ ลงทุนทะลักแสนล้าน
เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน นายภัทรชัย ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท ทั้งที่ดินเปล่า โรงแรม โรงงาน สำนักงาน คอนโดมิเนียม ในช่วง 3 ไตรมาสของปี 2566 มีประมาณ 47 สัญญา คิดเป็นมูลค่ารวม 65,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปี 2565 มียอดซื้อขายอยู่ที่ 49,845 ล้านบาท โดยกระจายอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯและจังหวัดท่องเที่ยว เช่น จ.ชลบุรี ภูเก็ต ระยอง กระบี่ เป็นต้น คาดการณ์ไตรมาสที่ 4 ยังคงมีปิดดีลการซื้อขายต่อเนื่อง
นายภัทรชัยกล่าวว่า เมื่อแยกเฉพาะโรงแรมมีซื้อขาย 7 แห่ง มูลค่า 9,995 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปี 2565 มี 9 แห่ง มูลค่า 5,644 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการซื้อขายในหัวหิน ภูเก็ต กระบี่ ชลบุรี ขณะที่ที่ดินเปล่ามีซื้อขายเปลี่ยนมือประมาณ 44 แปลง รวมเนื้อที่กว่า 2,598 ไร่ มูลค่า 13,400 ล้านบาท ในเมืองหลักและเมืองท่องเที่ยว
หลังผู้ประกอบการรายใหญ่เข้าไปบุกทำตลาดมากขึ้น ไม่ว่าภูเก็ต ชลบุรี ระยอง ส่วนกรุงเทพฯและทำเลแนวรถไฟฟ้าก็ไม่ค่อยหวือหวา เนื่องจากที่ผ่านมามีการตั้งราคาที่ดินค่อนข้างสูง จึงทำให้การซื้อขายนาน อย่างไรก็ดี ยังมีนำมาเสนอขายอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดปรับลดราคาขายลงมาอีก 20% เพื่อเร่งปิดดีลการซื้อขาย รวมถึงลดภาระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ปี 2566 เก็บ 100%
“ปีนี้ภูเก็ตร้อนแรงสุดหลังอสังหาฯรายใหญ่เข้าไปซื้อที่ดินลงทุนพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมกันจำนวนมาก ไม่ว่าออริจิ้น แอสเซทไวส์ แสนสิริ เซ็นทรัลพัฒนา จากเดิมช่วงคอนโดบูม ที่ดินแนวรถไฟฟ้าจะมีการซื้อขายเปลี่ยนมือกันมาก
แต่ปีนี้ท่องเที่ยวกลับมาฟื้นตัว ทำให้ภูเก็ตบูมมาก มีนักลงทุนไทยและต่างชาติ เช่น รัสเซีย เข้าไปลงทุนวิลล่าถึง 97 โครงการ ราคาเฉลี่ยหลังละ 35 ล้านบาท รวมมูลค่ากว่า 1.22 แสนล้านบาท และคอนโดกว่า 20 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท ส่งผลต่อราคาที่ดินปรับเพิ่มขึ้นเท่าตัว ทำให้รายกลาง-รายเล็กที่จะเข้าไปลงทุนหาซื้อที่ดินยากขึ้น” นายภัทรชัยกล่าว

