หน้าแรก เศรษฐกิจ หวังนายกฯสางป...

หวังนายกฯสางปม ‘อีสท์วอเตอร์-วงษ์สยาม” จบจริง หวั่นกระทบปชช.-นักลงทุนหนี

6.11.23 | 09:48 น.

‘หอการค้า’ เร่งรัฐจัดการน้ำเป็นระบบ หวังนายกฯสางปม ‘อีสท์วอเตอร์-วงษ์สยาม” จบจริง หวั่นกระทบปชช.-นักลงทุนหนี

วันที่ 6 พฤศจิกายน นายปรัชญา สมะลาภา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคตะวันออก กล่าวถึงกรณีการกระจายน้ำที่เป็นปัญหาระหว่างผู้ประกอบการ 2 ราย คือบริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรืออีสท์วอเตอร์ และบริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด นั้น

นายปรัชญา กล่าวว่า อยากให้ตกลงกันให้ลงตัวถึงการทำสัญญาการกระจายน้ำในภาคตะวันออก หลังรัฐบาลทำสัญญาใหม่กับวงษ์สยามก่อสร้างที่ชนะการประมูล จากที่ยกเลิกการประมูลในครั้งที่อีสท์วอเตอร์ชนะการประมูลเดิม แต่ท่อบางส่วนยังเป็นของอีสท์วอเตอร์ ขณะนี้ติดปัญหาเรื่องการใช้งานท่อ และเรื่องอื่นๆ ที่มองว่าเป็นปัญหาของธุรกิจของทั้ง 2 บริษัท แต่ส่งผลกระทบต่อคนในวงกว้าง

“การที่นายกรัฐมนตรี ออกมาบอกว่าทั้ง 2 บริษัทสามารถร่วมงานกันได้ ก็มีความหวังว่าจะเป็นไปตามที่ได้บอกไว้ เพราะการบริหารจัดการน้ำเป็นเรื่องสำคัญ อุตสาหกรรมมีความจำเป็นต้องใช้น้ำในการผลิต หากติดปัญหานี้ต่อไปนักลงทุนจะมองเห็นปัญหายืดยาว จนมีผลต่อการลงทุนในอนาคต”นายปรัชญากล่าว

หนุนรัฐเร่งแผนปั้นอีอีซี
นายปรัชญา กล่าวถึงนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดชลบุรีและระยอง ว่า การลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการภายใต้พระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ขณะนี้ต้องเร่งผลักดันให้ทุกโครงการที่ค้างคาไว้ให้เดินหน้า

Advertisement

เช่น โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด เฟส 3 รวมถึงโครงการอื่นๆ ที่ดำเนินการล่าช้า เนื่องจากปรับเปลี่ยนรัฐบาล และมีรัฐบาลรักษาการที่ไม่สามารถดำเนินการได้ช่วงระยะเวลาก่อนจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ดังนั้น เมื่อมีรัฐบาลแล้ว อยากให้เดินหน้าก่อสร้างให้แล้วสร็จโดยเร็ว เพราะปัจจุบันการก่อสร้างล่าช้าหลายโครงการ ซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจและการตัดสินใจของนักลงทุน

“จากที่เห็นอู่ตะเภาดูแล้วน่าจะดำเนินการได้โดยไม่มีปัญหาอะไร ขณะที่เรื่องรถไฟความเร็วสูงติดปัญหาการแก้สัญญา และใช้ระยะเวลาในการทำนาน ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องตัดสินใจว่าจะสามารถแก้ไขได้แค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาล เดิมช่วงที่มีรัฐบาลรักษาการไม่สามารถตัดสินใจแก้ไขได้ ขณะนี้ทั้งรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถูกแต่งตั้งครบถ้วนแล้ว อยากให้เร่งตัดสินใจเรื่องนี้โดยเร็ว เพราะเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจของนักลงทุน เนื่องจากต้องพิจารณาถึงแนวทางของรัฐบาลว่าเอาจริงแค่ไหนก็แถบพื้นที่อีอีซีที่ต้องให้ความมั่นใจต่อนักลงทุนด้วย”นายปรัชญากล่าว

แนะรัฐจัดการอ่างเก็บน้ำ

นายปรัชญา กล่าวว่า สำหรับเรื่องที่อยากให้รัฐบาลจัดการเร่งด่วนควบคู่กันไป คือการบริหารจัดการน้ำให้เป็นระบบ โดยเฉพาะเรื่องน้ำต้นทุน ขณะนี้น้ำในพื้นที่มีใช้ไม่เพียงพอ เช่น น้ำในพื้นที่จ.ชลบุรี ปัจจุบันใช้การแบ่งน้ำจาก จ.ระยอง ที่ได้แบ่งน้ำจาก จ.จันทบุรีอีกทอดหนึ่ง ซึ่งที่จันทบุรี มีโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด ประกอบด้วย 4 อ่างเก็บน้ำ ปัจจุบันมีการสร้างอ่างเก็บน้ำไปแล้ว 3 อ่าง แต่เหลืออีก 1 อ่างใหญ่ที่ยังสร้างไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากติดปัญหาภายในระหว่างกรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กับกรมชลประทาน

“รัฐบาลต้องเร่งแก้ปัญหาด้วย แม้ขณะนี้น้ำจะมีมากจากฤดูกาลฝนตก แต่ต้องประเมินว่าเพียงพอต่อการใช้งานในอุตสาหกรรมการผลิต และการเกษตรหรือไม่ เพราะถ้าช่วงฤดูแล้งน้ำจะแห้งและมีความเสี่ยงน้ำในพื้นที่เหลือน้อย”นายปรัชญา กล่าว