‘ริชเอเชีย’ผิดนัดชำระหนี้อีกราย มูลหนี้กว่า2,000ล้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 21.55 น. วันที่ 13 มกราคม นายสมเกียรติ วงศาโรจน์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ริช เอเชีย จำกัด (มหาชน) ทำหนังสือแจ้งกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) โดยสรุปว่า เมื่อวันที่ 11 มกราคม บริษัทได้รับหนังสือแจ้งการผิดนัดชำระหนี้จากเจ้าหนี้ธนาคารในประเทศแห่งหนึ่งให้บริษัทชำระหนี้เงินค้างชำระต้นเงินจำนวน 537,746,354 บาท ดอกเบี้ยคงค้างถึงวันที่ 10 มกราคม 2560 อีก 268,116,403.57 บาท รวมเป็นจำนวนทั้งสิ้น 805,862,758.51 บาท ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือฉบับนี้

ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการจึงมีมติให้บริษัทดำเนินการเจรจาและจัดทำแผนการปรับปรุงโครงสร้างทางการเงินและภาระหนี้ โดยมอบอำนาจให้กรรมการบริหารหรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้แทนในการเจรจาพร้อมจัดตั้งที่ปรึกษาการเงิน โดยบริษัทจะแจ้งความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาได้ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2560

นอกจากนี้ หนังสือยังระบุอีกว่าบริษัทยังไม่ได้ชำระหนี้ตั๋วแลกเงิน (บีอี) ที่ถึงกำหนดชำระเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2560 อีก 20 ล้านบาท มีเจ้าหนี้เป็นนักลงทุนรายหนึ่งซึ่งต้องจ่ายดอกเบี้ยผิดนัดชำระ 15% ต่อปี และก่อนหน้านี้มีผิดนัดชำระหุ้นกู้อีก 3 สัญญา เริ่มผิดนัดชำระหนี้ตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม 2560 คือ หุ้นกู้ในประเทศไม่มีหลักประกัน วงเงิน 500 ล้านบาท เจ้าหนี้คือผู้ถือหุ้นกู้รายย่อย ครบกำหนดไถ่ถอนวันที่ 30 มกราคม 2560 อัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระ 8.5% ต่อปี หุ้นกู้ในประเทศไม่มีหลักประกัน วงเงิน 500 ล้านบาท เจ้าหนี้คือผู้ถือหุ้นกู้รายย่อย ครบกำหนดไถ่ถอนวันที่ 16 กรกฎาคม 2560 หุ้นกู้ในประเทศไม่มีหลักประกัน วงเงิน 230 ล้านบาท เจ้าหนี้คือผู้ถือหุ้นรายย่อย ครบกำหนดไถ่ถอนวันที่ 27 ตุลาคม 2560 อัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระ 8.20% ต่อปี สำหรับสาเหตุการผิดนัดชำระเนื่องจากเพิ่มทุนไม่สำเร็จและผิดนัดชำระหนี้กับเจ้าหนี้ธนาคาร

ยอดรวมเจ้าหนี้ที่ผิดนัดชำระหนี้ทั้ง 5 รายการข้างต้น เท่ากับ 2,055,862,758.51 บาท คิดเป็น 54.15% ของสินทรัพย์รวมเมื่อเทียบกับสินทรัพย์รวมตามงบการเงิน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2559 ทั้งนี้ ยังมีตั๋วแลกเงิน (บีอี) ที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระวงเงิน 105 ล้านบาท เจ้าหนี้คือผู้ลงทุนรายย่อย 5 ราย ทยอยครบกำหนดในเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน 2560 อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากการผิดนัดชำระหนี้จะทำให้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทเพิ่มขึ้นจากดอกเบี้ยผิดนัดชำระ สินทรัพย์ที่ใช้เป็นหลักประกันอาจได้รับผลกระทบ แต่บริษัทยังสามารถประกอบกิจการต่อไปได้เพราะมีโรงงานของบริษัทย่อย และหนี้สินจะเพิ่มขึ้นจากดอกเบี้ยผิดนัดชำระและหนี้สินระยะยาวถูกจัดประเภทเป็นหนี้สินหมุนเวียน

สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาการปรับปรุงโครงสร้างทางการเงินและการบริหารจัดการหนี้ของบริษัททั้งหมด บริษัทและบริษัทที่ปรึกษาจะเร่งรัดการดำเนินการและแจ้งความคืบหน้าภายในกำหนดเวลาตามขั้นตอนข้างต้นดังกล่าวเป็นระยะๆ ทั้งนี้ บริษัทจะแจ้งผลการเจรจากับเจ้าหนี้ธนาคารภายในวันที่ 26 มกราคม 2560 และเผยแพร่ให้สาธารณชนทราบโดยเร็วต่อไป

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้รถแบ๊กโฮเกี่ยวช่องสะพานต่างระดับ หล่นจากรถสิบล้อขวางถนน รถผ่านไม่ได้
บทความถัดไปโกงสอบนายสิบลาม ภ.1 “ชาญเทพ” ไล่เช็กบิล เผยใช้วิธีลอกเหมือน น.-ภ.7 พบ 10 นักศึกษาหัวดีเข้าสอบ