หน้าแรก เศรษฐกิจ เศรษฐกิจไม่ดี...

เศรษฐกิจไม่ดี ประกาศขาย ‘บ้านมือสอง’ พุ่ง แบงก์เร่งระบายสต๊อก NPA 1.6แสนล้าน

7.11.23 | 21:34 น.

เศรษฐกิจไม่ดี ประกาศขาย ‘บ้านมือสอง’ พุ่ง แบงก์เร่งระบายสต๊อก NPA 1.6แสนล้าน

วันที่ 7 พฤศจิกายน นายอลงกต บุญมาสุข เลขาธิการและประธานกรรมการบริหารสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย เปิดเผยว่า ด้วยภาวะเศรษฐกิจทำให้ทรัพย์สินรอการขาย (NPA)ของธนาคารพาณิชย์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเดือนสิงหาคม 2566 มีมูลค่าทางบัญชี 163,624 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 75% จากปี 2561 มีมูลค่า 93,734 ล้านบาท ยังไม่รวม NPA จากสถาบันการเงินเฉพาะกิจและบริษัทบริหารทรัพย์สิน ซึ่งประเมินว่าNPA ทั้งระบบจะมีมูลค่ารวม 4-5 แสนล้านบาท และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นหลังมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้สถาบันการเงินโดยธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) สิ้นสุดลง

“สาเหตุหลักเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวตั้งแต่โควิดถึงขณะนี้ยังไม่ฟื้นตัว เกิดการว่างงาน คนมีรายได้ลดลง ส่งผลต่อการชำระหนี้ ภาวะหนี้ครัวเรือนสูง อัตราดอกเบี้ยยังอยู่ช่วงขาขึ้น ส่งผลต่อกำลังซื้อผู้บริโภค รวมถึงภาวะสงคราม ยิ่งซ้ำเติมให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้ช้า เมื่อสิ้นสุดมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ของสถาบันการเงินจะทำให้มี NPA เข้าสู่ระบบเพิ่มมากขึ้น”นายอลงกตกล่าว

นายอลงกต บุญมาสุข เลขาธิการและประธานกรรมการบริหารสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย

นายอลงกตกล่าวว่าปัจจุบันบ้านมือสองเป็นที่นิยมของลูกค้า เพราะราคาถูกกว่าบ้านใหม่ 20-30% อยู่ทำเลที่มีศักยภาพ ทำให้วันที่ 17-19 พฤศจิกายน 2566 สมาคมฯร่วมกับพันธมิตรสถาบันการเงิน ได้จัดกิจกรรมการตลาดเพื่อส่งเสริมการขายทรัพย์NPA ภายใต้ชื่องานมหกรรมสินเชื่อบ้านและบ้านมือสองปี 2023 ซึ่งเป็นการจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 20 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

นายอลงกตกล่าวว่า ภายในงานมีธนาคาร สถาบันการเงิน และบริษัทบริหารสินทรัพย์ เข้าร่วมเสนอขาย NPA และสินเชื่ออัตราดอกเบี้ย รวม 10 หน่วยงาน ประกอบด้วย บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) บริษัทบริหารสินทรัพย์ เจ จำกัด(JAM) และการเคหะแห่งชาติ นอกจากนี้ ยังมี บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) และศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ มาร่วมให้บริการด้านข้อมูลเครดิตและข้อมูลอสังหาริมทรัพย์มือสองในงานครั้งนี้ด้วย

Advertisement

“เพื่อเป็นการพบกันระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย พร้อมโปรโมชั่นมากมายในงาน เช่น อัตราดอกเบี้ยพิเศษ และเป็นโอกาสของลูกค้าเพราะมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนเหลือ 1% และลดค่าธรรมเนียมการจดจำนองเหลือ 0.01% ครอบคลุมบ้านมือสองราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท จะหมดสิ้นปี 2566 โดยลูกค้าสนใจขายคอนโดมิเนียมมากสุด รองลงมาบ้านเดี่ยว และทาวน์โฮม อยู่พื้นที่เขตสายไหม คลองสามวา บางขุนเทียน เป็นต้น “นายอลงกตกล่าว

นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ในฐานะกรรมการที่ปรึกษาสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย กล่าวว่า ปีนี้ตลาดบ้านมือสองมีการขยายตัวต่อเนื่องจากปี 2565 จากมาตรการลดค่าโอนและจำนอง โดยมียอดโอนทั่วประเทศ 60% ประมาณ 240,000 หน่วย มูลค่ากว่า 3 แสนล้านบาท อยู่ในกรุงเทพและปริมณฑล 1 แสนหน่วย มูลค่า 2 แสนล้านบาท คาดปี 2567 จะปรับตัวลงจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อยังมีปัจจัยลบ

นายวิชัยกล่าวว่า ผลสำรวจการประกาศขายบ้านมือสองทางออนไลน์ในไตรมาส 3 ปี 2566 มีการประกาศขาย 144,000 หน่วย มูลค่า 987,000 ล้านบาท สูงกว่าไตรมาสที่ผ่านมา 1.5% สำหรับจำนวนหน่วย และ 3.1% ในเชิงมูลค่า โดยประกาศขายมากสุด คือ บ้านเดี่ยว  40% ห้องชุด 30% และทาวน์เฮ้าส์ 25% ระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท อยู่ในกรุงเทพและปริมณฑลถึง 71.6% ส่วนจังหวัดอื่นใน 10 อันดับแรก เช่น ภูเก็ต ชลบุรี เชียงใหม่ประจวบคีรีขันธ์

นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ในฐานะกรรมการที่ปรึกษาสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย