ไอเอเอ ชี้หุ้นไทยลบกว่า 15% ลดมากสุดในโลก หลังไร้แรงซื้อระยะยาว แนะรัฐฟื้นกองทุน LTF ช่วย
เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน นายไพบูลย์ นลินทรางกูร นายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (ไอเอเอ) เปิดเผยว่า ปี 2566 ถือเป็นปีที่ดีของตลาดหุ้นโลก เฉลี่ยขึ้นมาประมาณ 10% บางตลาดที่ปรับขึ้นมาได้ดีก็ขึ้น 30-40% แต่ตลาดหุ้นไทยอยู่ในกลุ่มที่ปรับตัวได้ไม่ดีมากนัก โดยหากนับตั้งแต่ต้นปี 2566 ถึงปัจจุบัน ตลาดหุ้นไทยปรับลงแรงกว่า 15% แล้ว ถือว่าลดลงมากสุดในโลก เนื่องจากตลาดหุ้นไทยขาดเม็ดเงินจากนักลงทุนระยะยาวเข้ามาสนับสนุน แต่ขณะนี้เริ่มเห็นเม็ดเงินไหลเข้าตลาดเกิดใหม่แล้ว บวกกับปี 2567 คาดว่ากำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) จะกลับเข้าสู่ขาขึ้นได้ทั่วโลก รวมถึงตลาดหุ้นไทยมีโอกาสกลับมาเอาต์เพอร์ฟอร์มในปี 2567 ได้
นายไพบูลย์กล่าวว่า ตลาดถูกกระทบเนื่องจากนักลงทุนเกิดความไม่มั่นใจนโยบายรัฐบาล ที่ยังไม่ชัดเจนเพียงพอ เพราะนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลในตอนนี้ยังสร้างความมั่นใจให้กลับคืนมาไม่ได้ แต่เริ่มเห็นรัฐบาลมีความชัดเจนด้านนโยบายมากขึ้น ยอมที่จะมีการปรับเปลี่ยนและรับฟังความคิดเห็นมากขึ้น มีความยืดหยุ่นกว่าเดิมแล้ว อาทิ การแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดี
ส่วนมุมมองปัจจัยต่างประเทศ ขณะนี้เงินเฟ้อเริ่มกลับสู่ภาวะปกติแล้ว แรงกดดันเงินเฟ้อทั่วโลกลดลงอย่างชัดเจน และไม่น่าจะกลับมาเป็นปัญหา ทำให้คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ใกล้เข้าสู่การปรับขึ้นดอกเบี้ยสูงสุดและไม่น่าจะปรับขึ้นแล้ว ปี 2567 จะเป็นปีที่มองการปรับลดลง ทำให้เกิดแรงกระตุ้นให้มีเม็ดเงินกลับเข้ามาในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น
“ตลาดหุ้นไทยแตกต่างจากตลาดอื่น เนื่องจากเวลาดัชนีปรับลดลงแล้วไม่ได้ปรับขึ้นมาเหมือนตลาดอื่น อาทิ สหรัฐ จากที่เจอทั้งบอนด์ยีลด์สหรัฐปรับขึ้น มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจล่าช้าเพราะการเลือกตั้ง และมาเจอสงครามอิสราเอลและกลุ่มฮามาสอีก ทำให้ดัชนีปรับลดลง แต่เป็นการลงแล้วไม่ขึ้น เพราะความมั่นใจของนักลงทุนไม่มี รวมถึงเม็ดเงินระยะยาวหายไปด้วย โดยในอดีตมีเม็ดเงินกองทุนระยะยาวเข้ามาช่วยซื้อหุ้นในช่วงที่ปรับลดลงหนักๆ อาทิ กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (แอลทีเอฟ) ที่หายไป ทุกคนมุ่งเน้นการลงทุนระยะสั้นแทน” นายไพบูลย์กล่าว
นายไพบูลย์กล่าวว่า การแก้ไขและสนับสนุนตลาดหุ้นไทยให้เติบโตในระยะยาว คือ รัฐบาลต้องเพิ่มกองทุนแอลทีเอฟเข้ามา เพื่อให้มีแรงซื้อกลับเข้ามาในตลาดหุ้นแบบระยะยาวมากขึ้น โดยตั้งแต่มีการยกเลิกกองทุนแอลทีเอฟไป ทำให้ตลาดหุ้นไทยผันผวนสูงมาก และสูงกว่าหลายตลาดหุ้นในโลกที่ปรับลง แต่มีแรงซื้อกลับคืนไป ส่วนหุ้นไทยไม่มี ทำให้พอเจอปัจจัยลบเข้ามากระทบตลาดหุ้นไทยก็จะลดลง เพราะไม่มีเงินทุนระยะยาวเข้ามาสนับสนุนตลาดหุ้นไทยเหมือนในอดีต ซึ่งถือเป็นจุดอ่อน

