‘พิมพ์ภัทรา’ ขีดเส้น 3 เอกชนโปแตชแจงแผนใน 3 เดือน พบเงินไม่พอ อีกรายขอปรับอุโมงค์

8.11.23 | 18:45 น.

‘พิมพ์ภัทรา’ สั่ง 3 เอกชนโปแตช แจงแผนขีดเส้น 3 เดือน พบต้นตอปัญหาเงินไม่พอ อีกรายปรับอุโมงค์

น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี สั่งการกระทรวงอุตสาหกรรมให้เร่งรัดผู้รับสัมปทานเหมืองแร่โปรแตช 3 ราย ใน 3 จังหวัด ให้เร่งผลิตเพื่อนำวัตถุดิบเข้าระบบ ว่า ได้สั่งการให้ กรมพื้นฐานอุตสาหกรรมและการเหมืองแร่(กพร.) แจ้งผู้ผลิตเหมืองแร่โปรแตช ทั้ง 3 ราย ประกอบด้วย บริษัท อาเซียน โปแตซ ชัยภูมิ จำกัด (มหาชน) หรือ APOT ตั้งอยู่ที่ อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ บริษัท ไทยคาลิ จำกัด ตั้งอยู่ที่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา และบริษัท เอเซีย แปซิฟิค โปแตซ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ APPC ตั้งอยู่ที่ อ.ประจักษ์ศิลปาคม และอ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี ชี้แจงแผนการลงทุนทั้งระบบ กรอบเวลาต่างๆ ตลอดจนข้อติด อุปสรรค ที่ทำให้โครงการมีความล่าช้า โดยให้ทั้ง 3 รายส่งข้อมูลมายังกระทรวงอุตสาหกรรมภายใน 3 เดือนนับจากนี้ ดังนั้นจะมีความชัดเจนของทั้ง 3 รายช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2567

น.ส.พิมพ์ภัทรา กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ผู้ประกอบการทั้ง 3 รายมีสถานะการดำเนินการที่แตกต่างกันไป โดยบริษัท เอเซีย แปซิฟิค โปแตซ คอร์ปอเรชั่น จำกัด จ.ชัยภูมิ ได้รับประทานบัตร เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 มีอายุ 25 ปี ขณะนี้โครงการยังไม่คืบหน้ามากนัก เนื่องจากอยู่ระหว่างระดมเงินทุนเพื่อพัฒนาโครงการ ขณะที่ บริษัท ไทยคาลิ จำกัด จ.นครราชสีมา ได้รับประทานบัตรเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2558 มีอายุ 25 ปี ขณะนี้อยู่ระหว่างการแก้ไขปัญหาน้ำรั่วในอุโมงค์ใต้ดินก่อนถึงชั้นแร่ และบริษัท เอเซีย แปซิฟิค โปแตซ คอร์ปอเรชั่น จำกัด จ.อุดรธานี ได้รับประทานบัตรเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2565 มีอายุ 25 ปี ขณะนี้ได้เริ่มมีการเข้าพื้นที่และกำลังจะเริ่มเจาะอุโมงค์ โดยจะพบว่า 2 บริษัทแรกได้รับประทานบัตรมานาน 8 ปีแต่ยังไม่มีความคืบหน้า ดังนั้นกระทรวงอุตสาหกรรมต้องเข้าไปจัดการให้เกิดความชัดเจนโดยเร็ว

“เป้าหมายสำคัญที่สุดในการสนับสนุนการทำเหมืองแร่โปรแตช คือ การช่วยเหลือเกษตรกรไทยให้ได้ใช้ปุ๋ยราคาถูก ปุ๋ยที่ผลิตในประเทศ เพราะไทยมีแร่โปรแตชซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการผลิตปุ๋ยแต่ไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ อย่างไรก็ดีการนำแร่ขึ้นมาก็ต้องอยู่ภายใต้มาตรฐานการทำเหมืองที่ปลอดภัย มาตรฐานสากล ชุมชนรอบพื้นที่ยอมรับ ไม่กระทบชุมชนและสิ่งแวดล้อม ดังนั้นจึงทำให้บางโครงการ อาทิ บริษัท ไทยคาลิ จำกัด จ.นครราชสีมา อยู่ระหว่างการแก้ไขปัญหาน้ำรั่วในอุโมงค์ใต้ดินก่อนถึงชั้นแร่ ต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบและได้มาตรฐานสูงสุด”น.ส.พิมพ์ภัทรากล่าว

นายอดิทัต วะสีนนท์ รองอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่(กพร.) รักษาการอธิบดีกพร. กล่าวว่า กพร.จะประสานให้เอกชนทั้ง 3 รายเร่งส่งแผนดำเนินการมาภายใน 3 เดือน โดยจากข้อมูลการทำเหมืองของแต่ละรายพบว่าต่างมีอุปสรรคต่างกันไป โดยเฉพาะ บริษัท อาเซียน โปแตซ ชัยภูมิ จำกัด (มหาชน) ต้องดูว่าจะเดินหน้าระดมทุนอย่างไรให้สำเร็จ และ บริษัท ไทยคาลิ จำกัด จ.นครราชสีมา ที่มี 2 ประเด็นสำคัญคือ บริษัทแจ้งเปลี่ยนผังจากอุโมงค์เอียงเป็นอุโมงค์ตั้ง 3 อุโมงค์ ทางกพร.จึงให้ทำแผนชี้แจงอย่างละเอียดส่งมาให้พิจารณาก่อนเพื่อความปลอดภัย

Advertisement

รวมทั้งประเด็นชาวบ้านร้องเรียนค่าความเค็ม ล่าสุดได้มอบหมายให้ นายเศรษฐรัชต์ เลือดสกุล รองอธิบดีกพร. เป็นประธานคณะทำงานศึกษาเรื่องนี้ กำหนดกรอบเวลาทั้งหมดต้องชัดเจนภายใน 3 เดือน