หน้าแรก เศรษฐกิจ หุ้นไทย ปิดภา...

หุ้นไทย ปิดภาคเช้าทิ้งตัว 18 จุด ‘เจเคเอ็น’ ดิ่งฟลอร์ 29.36%

9.11.23 | 13:46 น.

หุ้นไทยปิดภาคเช้าทิ้งตัว 18 จุด ‘เจเคเอ็น’ ดิ่งฟลอร์ 29.36%

เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะหุ้นวันนี้ว่า หุ้นเคลื่อนไหวในแดนลบ โดยเปิดตลาดภาคเช้ามาที่ระดับ 1,411.77 จุด ก่อนปิดตลาดภาคเช้าที่ระดับ 1,393.56 จุด ปรับลดลง 18.21 จุด หรือ 1.29% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,411.84 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,389.46 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 25,632.89 ล้านบาท

โดย น.ส.วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทย ดัชนีปรับตัวลง สาเหตุมาจากไร้ปัจจัยสนับสนุนใหม่ อีกทั้งมีแรงขายในหุ้นกลุ่มพลังงาน และบิ๊กแคป ได้แก่ BH CPALL และ PTTEP ออกมากดดันการปรับตัวขึ้นอีก โดยในทางเทคนิคพบว่า ดัชนีปรับตัวลงหลุดเส้น EMA 5 และ 10 วันลงมาพร้อมสร้างจุดต่ำจากแท่งเทียนก่อนหน้า อีกทั้งราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงเป็นปัจจัยกดดันต่อหุ้นกลุ่มพลังงานเพิ่มเติม จึงให้กรอบการเคลื่อนไหวดัชนีภาคบ่ายที่ระดับ 1,380-1,400 จุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จํากัด (มหาชน) หรือ JKN รายงานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ระบุถึงที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติให้บริษัทในฐานะลูกหนี้ ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ และเสนอผู้จัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ ต่อศาลล้มละลายกลางภายใต้พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 โดยในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2566 บริษัทได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัทแล้ว ส่งผลให้ราคาหุ้น JKN เปิดซื้อขายด้วยการร่วงแตะฟลอร์ หรือระดับที่สามารถปรับลดลงได้มากสุดใน 1 วันซื้อขาย อยู่ที่ 29.36% ทำให้ราคาล่าสุดลงมาอยู่ที่ระดับ 0.77 บาทต่อหุ้น หรือราคาลดลง 0.32 บาท

รายละเอียด ได้แก่ 1.ทางการเงินให้สอดคล้องกับสมมุติฐานทางการเงิน และสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน ตลอดจนแก้ไขปัญหาของกิจการในส่วนของเงินทุนหมุนเวียน เพื่อแก้ไขปัญหาสภาพคล่องทางการเงินของบริษัท รวมถึงการปรับโครงสร้างภายในองค์กร 2.การขยายระยะเวลาการชําระหนี้ การผ่อนผันในเรื่องอัตราดอกเบี้ย เพื่อให้บริษัทสามารถสร้างรายรับจากการประกอบกิจการและนํามาจัดสรรชําระหนี้แก่เจ้าหนี้ได้อย่างครบถ้วน และบริษัทยังคงดําเนินกิจการต่อไปได้

Advertisement

3.การได้รับเงินสนับสนุนทางด้านการเงินจากแหล่งเงินทุน โดยได้รับจากผู้ลงทุนรายใหม่ หรือสถาบันการเงินเพื่อเป็นการหมุนเวียนในกิจการของบริษัท 4.การจัดหาแนวทางการดําเนินการขายทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์หรือก่อให้เกิดรายได้ เพื่อนําเงินที่ได้จากการขายทรัพย์สินดังกล่าวมาชําระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ทั้งหลาย และ 5.การจัดเตรียมแผนงาน และกลยุทธ์ในการบริหารสภาพคล่องของบริษัท และการปรับปรุงระบบโครงสร้างภายในองค์กรและการพัฒนาต่อยอดธุรกิจให้มีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ การเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการของบริษัทจะช่วยให้บริษัทแก้ไขปัญหาสภาพคล่องของบริษัทได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีกฎหมายรองรับ และให้ความคุ้มครองแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายอย่างเป็นธรรม อีกทั้งบริษัทยังสามารถประกอบธุรกิจต่อไปได้ในระหว่างที่อยู่ในกระบวนการฟื้นฟูกิจการ เพื่อการแก้ไขปัญหาของบริษัท และเพื่อสร้างผลกําไรจากการดําเนินกิจการต่อไปในอนาคตได้อย่างมั่นคง