ผู้ถือหุ้น บมจ.สตาร์เฟล็กซ์ ยิ้มรับทรัพย์ท้ายปี บอร์ดไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่าง 7 ธ.ค.นี้ หลังเปิดงบ Q3/66 กวาดกำไรสุทธิ 48.9 ล้านบาท พุ่งกระฉูด 886.3% งวด 9 เดือน กำไรแตะ 140 ล้านบาท โต 542.2% เหตุบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ-เพิ่มประสิทธิการผลิตได้ดีเยี่ยม “ดร.สมโภชน์ วัลยะเสวี” ยืนเป้าทำธุรกิจ รายได้-กำไร เติบโตแบบ Organic growth สูงสุดเป็นประวัติการณ์ 1,800 ล้านบาท
ดร.สมโภชน์ วัลยะเสวี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สตาร์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) (SFLEX) เปิดเผยผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2566 (สิ้นสุด 30 กันยายน 2566) ว่าบริษัทฯ มีรายได้รวม 429.4 ล้านบาท มีกำไรขั้นต้น 107.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 136.4% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไรขั้นต้น 45.3 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 48.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 886.3% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 5 ล้านบาท
สำหรับงวด 9 เดือน บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,375.3 ล้านบาท มีกำไรขั้นต้น 319 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 117.6% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งมีกำไรขั้นต้น 146.6 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 140 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 542.2% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งมีกำไรสุทธิ 21.8 ล้านบาท
“ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ และทยอยปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งตั้งแต่ต้นปี และในไตรมาส 3/2566 สามารถสร้างผลกำไรเติบโตอย่างโดดเด่น เนื่องจากสามารถบริหารจัดการต้นทุนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสร้างโมเดลการบริหารจัดการวัตถุดิบอย่างเป็นระบบกับ suppliers ทั้งในและต่างประเทศ และมีการวางแผนจัดหาวัตถุดิบหลักที่จำเป็นไว้สำหรับการผลิตล่วงหน้ามากกว่า 2 ไตรมาสเพื่อใช้ในการผลิต อีกทั้งบริษัทฯ ได้พัฒนาระบบการกำหนดราคาขายลูกค้า OEM ให้สอดคล้องกับการปรับตัวของราคาวัตถุดิบอยู่ตลอดเวลา เพื่อการกำหนดราคาขายกับคู่ค้าอย่างยุติธรรม และมีการปรับปรุงประสิทธิภาพของเครื่องจักรในการผลิต รวมถึงการมุ่งเน้นกลยุทธ์การขายสินค้าที่มีมูลค่าสูง”
ดร.สมโภชน์ กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเป็นเงินสดให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ในอัตราหุ้นละ 0.045 บาท มูลค่าที่ตราไว้ 0.50 บาท ซึ่งเป็นการจ่ายปันผลจากงวดดำเนินงานวันที่ 1 มกราคม -30 มิถุนายน 2566 โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 22 พฤศจิกายน และกำหนดจ่ายเงินปันผล วันที่ 7 ธันวาคมนี้
สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในปีช่วงที่เหลือของปี ดร.สมโภชน์ กล่าวว่า บริษัทฯ ยืนยันเป้าหมายรายได้ของธุรกิจหลักแบบ Organic growth อยู่ที่ประมาณ 1,800 ล้านบาท ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากกลยุทธ์การขยายตลาดเชิงรุกในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง ประกอบกับการมุ่งเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มความยั่งยืน หรือแพคเกจจิ้งที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ (Recyclable) ให้มากยิ่งขึ้นซึ่งถือเป็นเทรนด์ของโลก และเชื่อมั่นว่าช่วยผลักดันการเติบโตได้เพิ่มขึ้นในอนาคต เพื่อมุ่งสร้างความยั่งยืนของอัตรากำไรขั้นต้นให้มั่นคงในระยะยาว
สำหรับแผนการเข้าไปร่วมลงทุนในบริษัท Starprint Vietnam Joint Stock Company (SPV) ประเทศเวียดนาม กับผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ขนาดใหญ่รายหนึ่ง ดร.สมโภคชน์ คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ และเชื่อมั่นว่าจะเป็นการยกระดับ SFLEX และเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันในภูมิภาคอาเซียน สนับสนุนผลการดำเนินงานในอนาคตให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดต่อไป

