‘เศรษฐา’ รับไม่ได้ปั๊มไม่มีเบนซินขาย สถานีน้ำมันแจง ต้องลดสต๊อกน้ำมันเดิมให้หมด ก่อนปรับราคาใหม่
เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้สัมภาษณ์กรณีบางสถานีบริการน้ำมันหลายแห่งขึ้นป้ายว่าน้ำมันหมด ภายหลังมีมาตรการลดราคาน้ำมันเบนซิน ว่า ได้ยินเรื่องดังกล่าวมาบ้าง และทางนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้กำชับให้ตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวไปแล้วว่าขาดไม่ได้ ต้องเป็นหน้าที่ของกระทรวงพลังงานที่ต้องให้การกำกับดูแลในเรื่องนี้ให้เหมาะสม
ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นลักษณะการกักตุนเพื่อเก็งกำไรสินค้าหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็คงเป็นเรื่องของการอยากมีกำไรมากขึ้น แต่เราคงยอมรับไม่ได้ ฉะนั้นจึงต้องบริหารจัดการไป
รายงานข่าวแจ้งว่า จากการสอบถามสถานีบริการน้ำมันหลายแห่ง ได้รับการยืนยันว่า ปั๊มไม่ได้กักตุนน้ำมัน สาเหตุที่น้ำมันหมด เพราะปั๊มลดสต๊อกน้ำมันตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน เพื่อขายราคาเดิมให้หมดวันที่ 6 พฤศจิกายน ป้องกันการขาดทุน หลังจากนั้นวันที่ 7 พฤศจิกายน จึงสั่งน้ำมันในราคาใหม่ที่ลดแล้วมาจำหน่าย สาเหตุที่ทำให้น้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์มีน้อย หรือหมด
เพราะ 1.ทุกปั๊มต้องการลดสต๊อกของปั๊มตนเองเพื่อให้เหลือน้อยที่สุด เพราะรัฐบาลไม่ได้ขดเชยส่วนต่างที่ปรับลงอย่างรุนแรงให้ 2.เมื่อมีการปรับลดสต๊อกลง บางปั้มคำนวณผิดพลาด ทำให้ปั้มข้างเคียงขายมากกว่าปกติ สุดท้ายน้ำมันจึงหมดตามกันไปทุกปั๊ม 3.ไม่คุ้มค่าขนส่งที่ต้องจ้างรถขนส่งน้ำมันวิ่งมาส่งน้ำมันมาเพียง 3,000 ลิตร โดยต้องจ้างเป็นคัน 18,000 ลิตรจึงจะคุ้มค่าขนส่ง จึงปล่อยให้น้ำมันหมด เพื่อรอซื้อเพิ่มเช้าวันที่ 7 พฤศจิกายน
รายงานข่าวจาก พีทีที สเตชั่น และ บางจาก ปรับราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดลง 0.40 บาทต่อลิตร ส่วน Premium GSH95 Premium ดีเซล และกลุ่มดีเซลคงเดิม มีผลวันนี้ (10 พฤศจิกายน) เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป
ราคาขายปลีกจะเป็น ดังนี้ เบนซิน95 = 44.04, GSH95 = 36.25, E20 = 34.14, GSH91 = 34.48, E85 = 34.29, พรีเมียม GSH95 = 44.04, Hi Premium 97 (GSH95++) 47.93, HSD-B7 = 29.94, HSD-B10 = 29.94, พรีเมียมดีเซล B7 = 41.54 และ Hi Premium Diesel S B7 43.64 บาทต่อลิตร โดยราคาขายปลีกข้างต้นยังไม่รวมภาษีบำรุงกรุงเทพมหานคร

