สภาผู้บริโภค บุก กสทช. ค้านเคาะดีล ’AWN-3BB’ ชี้ ปธ.ไม่เป็นกลาง-ผูกขาดตลาด ดันเน็ตบ้านแพง
เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ตามที่บอร์ด กสทช.มีการกำหนด (10 พ.ย.) เป็นวาระการประชุมพิเศษเรื่องการควบรวมกิจการระหว่างบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (AWN) ในเครือ AIS และบริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) (3BB)
ผู้สื่อข่าวรายวานว่า น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ ประธานคณะอนุกรรมการด้านการสื่อสาร โทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ สภาผู้บริโภค ได้เดินทางมายื่นเอกสารคัดค้านการควบรวมธุรกิจดังกล่าว ต่อบอร์ด กสทช. เพิ่มเติมประกอบการพิจารณา โดยมี พล.อ.กิตติ เกตุศรี ที่ปรึกษาประจำ ประธาน กสทช. เป็นผู้แทนรับเอกสาร ซึ่งรายละเอียดระบุข้อมูลการดำเนินการของ กสทช. ประเด็นการชี้นำและความไม่เป็นกลางของประธาน กสทช. การผูกขาดตลาดจากผู้เล่นที่เป็นผู้ให้บริการน้อยลง และอาจส่งผลให้ค่าบริการแพงขึ้น
ด้าน พล.อ.กิตติ เกตุศรี ที่ปรึกษาประจำ ประธาน กสทช. กล่าวว่า ในกระบวนการต้องพิจารณาเอกสารถึงเนื้อหาที่ได้รับว่าเป็นอย่างไร และยังเปิดเผยไม่ได้ว่าจะสามารถนำเอกสารเข้าที่ประชุมในวาระพิเศษ (10 พ.ย.) นี้หรือไม่ แต่ถ้าไม่ทันจะพิจารณานำส่งเอกสารให้พิจารณาในวาระต่อไป
ขณะที่ น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ ประธานคณะอนุกรรมการด้านการสื่อสาร โทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ สภาผู้บริโภค กล่าวว่า สภาฯเดินทางเข้ามายื่นเอกสารต่อบอร์ด กสทช. และมีข้อคัดค้านในการพิจารณาควบรวมธุรกิจดังกล่าว ถึงกรณีที่ นายสรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ได้ให้ข่าวถึงการดำเนินงานของ กสทช. เรื่องการควบรวมธุรกิจเป็นไปตามประกาศ กสทช. พ.ศ.2561 และยึดหลักคำพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ที่ กสทช. ไม่ควรใช้อำนาจเกินขอบเขตที่กฎหมายกำหนด หากฝ่าฝืนเท่ากับเป็นการกระทำที่อาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย กสทช. จึงควรยึดคำพิพากษาทำหน้าที่ของ กสทช. ให้ดีที่สุด ด้วยการออกมาตรการป้องกันและกำกับดูแลเพื่อประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด
น.ส.สุภิญญา กล่าวว่า สภาฯเห็นว่าการให้ความเห็นดังกล่าว แสดงความเห็นที่ไม่เป็นกลางและชี้นำการประชุมที่จะมาถึงให้บอร์ด กสทช. มีมติรับทราบเหมือนเช่นกรณีการควบรวมกิจการระหว่างบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่นจำกัด (มหาชน) หรือทรู และ บริษัท โทเทิล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ที่ให้มีการกำหนดมาตรการป้องกันและเงื่อนไขเฉพาะหลังการควบรวมเช่นเดียวกัน
“สภาขอใช้สิทธิ์คัดค้านการใช้อำนาจของประธานในการรวบรัดพิจารณาทางปกครองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ว่าเป็นกรณีที่ประธานมีสภาพร้ายแรงอันอาจทำให้การพิจารณาทางปกครองไม่เป็นกลาง และขอให้คณะกรรมการดำเนินการพิจารณาเหตุคัดค้านนี้ตามกฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองอย่างเคร่งครัดต่อไป”น.ส.สุภิญญา กล่าว
นอกจากนี้ สภาฯ ได้ติดตามการบังคับใช้มาตรการป้องกันและเงื่อนไขที่ กสทช. เป็นผู้กำหนดไว้ในการควบรวม ทรู-ดีแทคในเดือน ตุลาคม 2565 พบว่าการบังคับใช้มาตรการต่าง ๆ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคมีความย่อหย่อนไร้ประสิทธิภาพทำให้ผู้ใช้บริการโทรคมนาคมจำนวนมากของบริษัทใหม่ในนาม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่เกิดขึ้นหลังการควบรวมยังไม่ได้รับความคุ้มครองหรือประโยชน์ตามข้อกำหนดในมาตรการป้องกันและเงื่อนไขเฉพาะแต่อย่างใดเวลาจะล่วงเลยมากว่า 8 เดือน (กว่า 240 วัน โดยประมาณ) หลังบริษัทเปิดดำเนินกิจการ
อาทิ ไม่ปรากฏผลชัดเจนของหนึ่งในมาตรการเฉพาะที่กำหนดให้มีการลดราคาค่าบริการ 12% ภายใน 90 วัน อีกทั้งยังพบข้อร้องเรียนของผู้บริโภคในช่องทางต่าง ๆ ว่า บริษัทได้มีการฉวยโอกาสเปลี่ยนแปลงแพคเกจให้ผู้บริโภคโดยไม่สมัครใจทำให้ราคาแพงขึ้นรายละ 100 บาท ซึ่งเป็นการสร้างภาระให้ผู้บริโภคที่ต้องนำเรืองเข้าร้องเรียนโดยไม่มีความจำเป็น มีการลด คุณภาพระบบอินเทอร์เน็ตลงจนเป็นปัญหาการใช้งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ส่งไลน์และข้อมูล และมีปัญหาการ ย่อหย่อนของคุณภาพบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ เป็นต้น
น.ส.สุภิญญา กล่าวว่า ในการนี้ สภาองค์กรของผู้บริโภค ได้ทำการศึกษาผลกระทบต่อผู้บริโภคที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการควบรวมระหว่าง AWN ในเครือ AIS และ 3BB แล้วพบว่าจะมีปัญหาเกิดขึ้นหลายประการ อาทิ ผลกระทบต่อผู้ใช้อินเทอร์เน็ตบ้านจะแตกต่างกันตามพื้นที่ โดยผู้บริโภคอาจต้องจ่ายแพงขึ้นราว 9.5% -22% ในพื้นที่ อีกทั้งบริษัทแข่งขันทับซ้อนกันและมีคู่แข่งน้อยราย ผู้ให้บริการโทรคมนาคมมีแนวโน้มพ่วงบริการอินเทอร์เน็ตบ้านกับโทรศัพท์มือถือมากขึ้น
“ซึ่งเมื่อคู่แข่งในตลาดมือถือลดลงเหลือแค่ 2 ค่ายใหญ่ที่มีสัดส่วนในตลาดและศักยภาพในการแข่งขันสูงจะทำคู่แข่งรายเล็กอื่น ๆ ในตลาดอินเทอร์เน็ตบ้านจะถูกลดความสามารถในการแข่งขันลง จึงเป็นที่คาดเดาได้ว่าอนาคตตลาดอินเทอร์เน็ตบ้านอาจเหลือคู่แข่งขันหลักเพียง 2 รายที่เป็นไปในแนวทางเดียวกับค่ายโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น”น.ส.สุภิญญา กล่าว
ทั้งนี้ จากการขาดประสิทธิภาพในการบังคับใช้ของมาตรการและเงื่อนไขเฉพาะของ กสทช. หลังการควบรวมทรู-ดีแทค จึงคาดเดาได้ว่าผลกระทบด้านลบจะเกิดขึ้นหาก กสทช. ละเว้นการใช้อำนาจตนเองในการไม่อนุญาต แต่ลงมติรับทราบ เปิดให้มีการควบรวมกิจการโทรคมนาคมในกรณี AWN ในเครือ AIS และ 3BB แล้วจะกำหนดให้มีการกำหนดเงื่อนไขและมาตรการเฉพาะ จะทำให้เกิดผลกระทบรุนแรงซ้ำรอยกรณี ทรู-ดีแทค และก่อให้เกิดผลเสียต่อ ผู้บริโภคเกือบทั้งหมดของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สภาองค์กรของผู้บริโภคขอคัดค้านต่อการลงมติใด ๆ ที่เป็นการเปิดทางให้มีการควบรวมธุรกิจ AWN ในเครือ AIS และ 3BB สำเร็จ

