โรงแรมพัทยา ชี้เปิดผับตี 4 ต้องทำโซนนิ่งชัดเจน หวั่นกระทบคนในพื้นที่
นายธเนศ ศุภรสหัสรังสี กรรมการผู้จัดการโรงแรมราวินทรา รีสอร์ท แอนด์ สปา และเครือโรงแรมซันไชน์ พัทยา เปิดเผยว่า การขยายเวลาเปิดสถานบันเทิงถึง 04.00 น. นำร่องใน 4 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ชลบุรี เชียงใหม่ และภูเก็ต โดยเบื้องต้นขณะนี้ต้องบอกว่ารูปแบบการเข้ามาท่องเที่ยวในพัทยา หรือทั้งชลบุรีเปลี่ยนแปลงไป มีนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวเข้ามามากขึ้น ไม่ได้มีเพียงกลุ่มที่นิยมเข้ามาเที่ยวกลางคืนกว่า 90% เหมือนแต่ก่อนแล้ว ทำให้กลุ่มนักเที่ยวกลางคืนจะกระจุกในถนนคนเดิน แถวชายหาด และถนนบัวขาว จึงมองว่าหากมีการขยายเวลาให้เปิดได้ถึงตี 4 จริง จะต้องจัดทำโซนนิ่งให้ชัดเจน เพื่อป้องกันไม่ให้ส่งผลกระทบกับการดำเนินชีวิตของคนในชุมชน ที่อาจมีสถานบริการเปิดอยู่บริเวณใกล้เคียงที่อยู่อาศัย
“ความจริงที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าสถานบันเทิงก็เปิดเกินเวลากันอยู่แล้ว ทำให้มีปัญหาในเรื่องส่งเสียงรบกวนชาวบ้านผู้อยู่อาศัยจริง เพราะมีโรงแรม คอนโดมิเนียม และบ้านพักของประชาชน ที่ส่งเสียงออกมาว่าปกติก็ตี 2 กว่าจะปิดกันแล้วกว่าจะได้นอน หากขยายเวลาเปิดถึงตี 4 กว่าจะปิดจริงก็เลยเวลากำหนดไปอีก กระทบกับประชาชนในพื้นที่ ทำให้ต้องจัดการเรื่องโซนนิ่งเป็นหลัก ไม่ให้มีผลกระทบกับประชาชนตามมา เพราะมีลูกค้าที่เป็นนักท่องเที่ยวนิยมเที่ยวสถานบันเทิงแบบนี้ ซึ่งก็จะตอบโจทย์เพราะสามารถเที่ยวได้นานขึ้นตามต้องการได้” นายธเนศกล่าว
นายธเนศกล่าวว่า มีความชัดเจนจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่าแบ่งเป็นร้านอาหารสามารถขายสุราได้แค่เที่ยงคืน หากเป็นสถานบริการที่ได้รับใบอนุญาตอยู่แล้ว ก็สามารถเปิดถึง 04.00 น. และสามารถขายสุราได้ตามใบอนุญาตที่มีอยู่ ส่วนสถานบริการที่อยู่ในโรงแรม ก็เปิดถึง 04.00 น.ได้เช่นกัน โดยหากเป็นข้อกำหนดหลักต้องมีใบอนุญาต ก็น่าจะเห็นสถานบริการสามารถขยายเวลาเปิดได้ไม่มากนัก แต่ปล่อยให้เปิดได้ทั่วไป กังวลในส่วนของร้านอาหารหรือบาร์เบียร์แบบเปิดโล่งมากกว่า เพราะจะไม่สามารถเก็บเสียงได้เหมือนร้านผับบาร์ที่ปิดมิดชิด เก็บเสียงได้ส่วนหนึ่งในตัว ยิ่งหากร้านแบบเปิดโล่งตั้งอยู่ใกล้บ้านเรือน ชุมชนด้วย ก็จะยิ่งกระทบกับการดำเนินชีวิตของคนในพื้นที่ด้วย
นายธเนศกล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลต้องทำควบคู่กันคือ ยกเว้นการงดขายสุราแอลกอฮอล์แบบเป็นช่วงเวลาและวันสำคัญมากกว่า เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาส่วนใหญ่ไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้องหยุดจำหน่ายระหว่างวันด้วย เพราะกลุ่มคนเหล่านั้นเข้ามาเที่ยวพักผ่อน นิยมดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับมื้ออาหาร แต่ไม่ได้เป็นการดื่มแบบเมาจนเสียการทรงตัวขนาดนั้น ทำให้เมื่อไม่สามารถดื่มได้ตามต้องการก็ไม่ตอบโจทย์การเข้ามาท่องเที่ยวมากเท่าที่ควร

