‘อมตะ’เตรียมที่หมื่นไร่รองรับอีอีซี ชี้ เวียดนามคู่แข่งสำคัญ ห่วงไทยการเมืองไม่นิ่ง

14.01.17 | 19:54 น.

นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากการที่รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจดูแลขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) จะช่วยกระตุ้นการลงทุนได้ดีในระยะสั้น แต่ในระยะยาว จะต้องเร่งดำเนินการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขึ้นมารองรับให้เห็นเป็นรูปธรรม นอกจากนี้การเมืองประเทศไทยจะต้องนิ่ง เพราะเป็นปัจจัยสำคัญในการที่ต่างชาติจะตัดสินใจเข้ามาลงทุน ในส่วนของอมตะได้เตรียมพื้นที่รองรับนโยบายอีอีซีไว้แล้วกว่า 10,000 ไร่ พร้อมจะพัฒนาขึ้นมารองรับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมได้ทันที ซึ่งตั้งแต่เริ่มทำงานในปีนี้มีนักลงทุนต่างชาติเข้ามาติดต่อ 5-6 ราย ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีมาก หากผู้ประกอบการที่อยู่ในอุตสาหกรรมเป้าหมายแห่งอนาคตสนใจลงทุนก็พร้อมพัฒนาพื้นที่เขตอุตสาหกรรมที่รองรับอุตฯเป้าหมายโดยเฉพาะ

นายวิบูลย์กล่าวว่า แม้รัฐบาลจะมุ่งดึงอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงให้เข้ามาตั้งฐานการผลิตภายในประเทศ แต่มีคู่แข่งที่สำคัญคือประเทศเวียดนาม ที่ขณะนี้ในเขตอุตสาหกรรมภาคเหนือก็เลือกที่จะส่งเสริมในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชั้นสูงแบบไทยเช่นกัน ส่วนในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมเดิมก็ไม่เน้นในอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานสูง จะเลือกแต่อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยี รวมทั้งยังมีจุดแข็งเรื่องการเมืองที่มีเสถียรภาพ ดังนั้นจึงเป็นคู่แข่งที่น่ากลัว แต่เมื่อเทียบสิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนของไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ อีอีซี มองว่าสามารถสู้กับคู่แข่งได้ทุกประเทศ แต่ไทยจะมีจุดอ่อนเรื่องความผันผวนทางการเมืองอาจทำให้ศักยภาพการแข่งขันด้ายดึงดูดการลงทุนของไทยลดลง

นายวิบูลย์กล่าวว่า ปัจจุบันจีนเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น เนื่องจากรัฐบาลจีนมีนโยบายส่งเสริมให้ผู้ประกอบการจีนออกไปลงทุนต่างประเทศ ส่งผลดีกับประเทศไทยมาก ปัจจุบันผู้ประกอบการจีนเข้ามาตั้งโรงงานกว่า 80 ราย หรือคิดเป็น 8% ของจำนวนโรงงานทั้งหมดที่อยู่ในอมตะที่มีกว่า 1,000 ราย และในปี 2560 คาดว่าจะมียอดรวมโรงงานจีนเพิ่มขึ้นทะลุ 100 ราย ซึ่งขณะนี้เหลือพื้นที่เหลืออยู่ประมาณ 500-600 ไร่ คาดว่าในอีก 1-2 ปีจะขยายพื้นที่เพิ่มอีก 1-1,500 ไร่ โดยนิคมฯอมตะ 2 แห่ง ปัจจุบันมีโรงงานรวมประมาณ 1,300-1,400 โรงงาน มีเป้าหมายปี 2020 จะมีโรงงานในนิคมฯให้ได้ 2,000โรงงาน