‘โก โฮลเซลล์’ กางแผนบุก ‘ค้าส่ง’ ทั่วไทย เปิดสาขา 2 ‘เชียงใหม่’ 22 พ.ย.นี้
เดินหน้าบุกหนักต่อเนื่องส่งท้ายปี 2566 สำหรับศูนย์ค้าส่งน้องใหม่ GO Wholesale (โก โฮลเซลล์)ของกลุ่มบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือCRC หรือบริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
หลังประกาศแผนเปิด 4 สาขาภายในปีนี้ โดยแต่ละสาขามีขนาดพื้นที่ 7,000-8,000 ตารางเมตร สินค้ากว่า 20,000 รายการ ใช้เงินลงทุนประมาณ 300-400 ล้านบาท ประเดิมสาขาแรกของประเทศไทยที่ ”ศรีนครินทร์” ไปเมื่อวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา

ล่าสุดกำลังเปิดบริการสาขาสองต่อในวันที่ 22 พฤศจิกายนนี้ที่เชียงใหม่เป็นสาขาแรกของภาคเหนือ อยู่ใกล้เซ็นทรัลเชียงใหม่แอร์พอร์ต ซึ่งเป็นพื้นที่เดิมของบีเอ็นบีโฮม ,เพาเวอร์บายและออฟฟิศเมท
จากนั้นเดือนธันวาคมบุกภาคตะวันออก เปิดสาขาสามที่”นิคมอมตะนคร”จ.ชลบุรี วันที่ 13 ธันวาคมและสาขาสี่ที่”พัทยาใต้”ในวันที่ 23 ธันวาคมนี้

สำหรับปี 2567 มีแผนจะเปิดหลายสาขาทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด อาทิ โซนเหนือกรุงเทพที่รังสิต คาดว่าจะเป็นสาขาที่หก มีเนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ อยู่ใกล้กับโรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ขณะที่กำลังเดินเครื่องก่อสร้าง คาดเปิดในเดือนพฤษภาคม รวมถึงสาขาพระราม 2 ซึ่งปัจจุบันเป็นพื้นที่ท็อปส์คลับที่ CRC ต้องการให้”โก โฮลเซลล์”ไปเปิด หลังท็อปส์คลับจะปรับเปลี่ยนรูปแบบเป็นขายผ่านออนไลน์
สุชาดา อิทธิจารุกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด กล่าวว่า ปีนี้โก โฮลเซลล์ มี 4 สาขา ได้แก่ ศรีนครินทร์ เชียงใหม่ อมตะนคร จ.ชลบุรี และพัทยา ในปีหน้ามีรังสิต และอาจจะมีเปิดใหม่ที่พระราม2 ตั้งเป้า 5 ปี จะเปิด 50 สาขา ใช้เงินลงทุน 20,000 ล้านบาท มีรายได้ 60,000-70,000 ล้านบาท หากขนาดพื้นที่เท่ากับสาขาศรีนครินทร์ จะสามารถเปิดได้อย่างน้อยจังหวัดละ 1 สาขาหรือ 77 สาขาทั่วประเทศ แต่พื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลอาจจะมีมากกว่านั้น

“โก โฮลเซลล์เป็นแบรนด์ใหม่ ต้องสร้างแบรนด์ให้ลูกค้า ซัพพลายเออร์รู้จัก ประทับใจ ซึ่งการบริการเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าแข่งเรื่องราคา เมื่อลูกค้าเข้ามาแล้ว ต้องให้เขากลับมาอีก ตั้งเป้าถึงสิ้นปีจะมีสมาชิก 20,000 ราย” สุชาดากล่าวและว่า
”โก โฮลเซลล์” เป็นศูนย์ค้าส่งสินค้าระบบสมาชิก ในราคาขายส่ง เพื่อผู้ประกอบการ หวังพลิกโฉมวงการธุรกิจค้าส่ง สร้างทางเลือกใหม่ ให้กับลูกค้าผู้ประกอบการทั้ง กลุ่มโฮเรก้า โรงแรม ร้านอาหาร ธุรกิจจัดเลี้ยง ผู้ให้บริการอาหารในโรงงาน โรงพยาบาลและหน่วยงานอื่นๆ ร้านค้าปลีก และร้านโชห่วย

พร้อมย้ำว่า ตลาดอุตสาหกรรมอาหารในไทยใหญ่มาก มีมูลค่าถึง 2.6 ล้านล้านบาท และเติบโตปีละ 5% ซึ่งใหญ่พอจะมีผู้เล่นในตลาดมากกว่า 1 ราย ไม่จำเป็นต้องยึดติดรายใดรายหนึ่ง เราเข้าไปเพื่อเป็นทางเลือกใหม่ เป็นการตอบโจทย์อีกโจทย์หนึ่ง จากที่ได้คุยกับลูกค้าก็บอกว่าดีและมีทางเลือกเพิ่ม
นับจากนี้ดีกรีความร้อนแรงสมรภูมิตลาสค้าส่ง ทุกภูมิภาคคงดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ หลังมีน้องใหม่ทุนหนามาตีตลาดให้คึกคัก

