หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘เน็กซ์’ โชว์...

‘เน็กซ์’ โชว์ไตรมาส 3 โกยกำไร 66.15 ล้าน เพิ่มขึ้นกว่า 732% มั่นใจธุรกิจยังแกร่ง

13.11.23 | 11:57 น.

‘เน็กซ์’ โชว์ไตรมาส 3 โกยกำไร 66.15 ล้าน เพิ่มขึ้นกว่า 732% มั่นใจธุรกิจยังแกร่ง พร้อมประกาศซื้อหุ้นคืนเพื่อสร้างความเชื่อมั่น 

นายคณิสสร์ ศรีวชิระประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) หรือเน็กซ์ เปิดเผย ผลประกอบการประจำไตรมาส 3 ปี 2566 ว่า บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 66.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 732% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไร 7.95 ล้านบาท โดยบริษัทมีรายได้จากการประกอบธุรกิจในงวดไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 1,249.51 ล้านบาท ลดลง 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 1,378.97 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการลดลงของธุรกิจเกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์จำนวน 143.25 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทจำหน่ายรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ส่วนใหญ่เป็นการจำหน่ายรถบรรทุกไฟฟ้ามากกว่ารถโดยสารรถไฟฟ้า และรายได้จากการขายของรถบรรทุกไฟฟ้ามีมูลค่าที่ต่ำกว่ารถโดยสารไฟฟ้า ส่งผลให้รายได้ของกลุ่มกิจการลดลง 

นายคณิสสร์ กล่าวอีกว่า กำไรขั้นต้นในงวดไตรมาส 3/2566 มีจำนวน 151.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62% จากช่วงเดียวกันปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 93.68 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจเกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์มีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจำนวน 46.44 ล้านบาท ธุรกิจเกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ในไตรมาส 3/2566 มีผลกำไรขั้นต้นจากการดำเนินงาน จำนวน 119.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.44 ล้านบาท หรือ 64% ส่วนใหญ่มาจากการขายรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ จำนวนรวมทั้งสิ้น 1,291 คัน ส่วนธุรกิจเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และระบบซอฟท์แวร์ ในไตรมาส 3/2566 มีกำไรขั้นต้นจากการดำเนินงานจำนวน 38.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.09 ล้านบาท หรือ 23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน 

ทั้งนี้ ธุรกิจให้บริการขนส่ง ในไตรมาส 3/2566 มีผลขาดทุนขั้นต้นจากการดำเนินงานจำนวน 5.79 ล้านบาท ขาดทุนลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนจำนวน 4.63 ล้านบาท หรือขาดทุนลดลง 44% เนื่องจากการบริหารจัดการภายในที่ดีขึ้น และมีการลดต้นทุนจากการดำเนินการในบางส่วน อาทิ ต้นทุนจากการเดินรถ อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 4/2566 บริษัทเชื่อมั่นว่ารายได้จะเติบโตต่อเนื่อง เพราะจะมีการส่งมอบรถเมล์ไฟฟ้าให้ BYD อีกกว่า 1,000 คัน ซึ่งในไตรมาส 3/2566 ไม่ได้มีการส่งมอบรถเมล์ไฟฟ้าเลย นอกจากนี้ ที่ผ่านมามีลูกค้าจากตลาดกลุ่มประเทศอาเซียน อาทิ อินโดนีเซีย เวียดนาม มาเลเซีย ให้ความสนใจขอเข้าเยี่ยมชมโรงงานผลิตและประกอบยานยนต์ไฟฟ้า และคาดว่าน่าจะทยอยมีคำสั่งซื้อภายในไตรมาส 4/2566 

Advertisement

นอกจากนี้ ในการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้มีมติอนุมัติ โครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อการบริหารทางการเงิน ภายในวงเงินจำนวนไม่เกิน 290 ล้านบาท และจำนวนหุ้นที่จะซื้อคึนไม่เกิน 28,712,871 หุ้น ซึ่งจำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนคิดเป็นจำนวน 1.42% ซึ่งไม่เกิน 10% ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด โดยจะเริ่มต้นซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ วันที่ 17 พฤศจิกายน 2566 และสิ้นสุดการซื้อหุ้นคืน วันที่ 17 พฤษภาคม 2567 

“การเข้าซื้อหุ้นดังกล่าวแสดงถึงความเชื่อมั่นในแนวโน้มการเติบโตของบริษัท ซึ่งจากนโยบายของรัฐบาลที่สนับสนุนการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อลดมลพิษและเดินหน้าเข้าสู่สังคมปลอดคาร์บอน ส่งผลให้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเริ่มปรับเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ดังนั้นเป็นโอกาสของกลุ่มธุรกิจเน็กซ์ ซึ่งมีพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งจะสามารถเติบโตได้อีกมาก” นายคณิสสร์ กล่าว