หน้าแรก เศรษฐกิจ ก.ล.ต. หารือ ...

ก.ล.ต. หารือ ‘กิตติรัตน์-คลัง-ตลท.’ หลังตลาดหุ้นไทยร่วงแรง ยันมีกลไกตรวจสอบอยู่

13.11.23 | 17:17 น.
A Thai man watches a stock index board at a bank in Bangkok on October 18, 2016. / AFP PHOTO / MANAN VATSYAYANA

‘พรอนงค์’ เผยผลถก ‘กิตติรัตน์-คลัง-ตลท.’ หารือ 3 ข้อย้ำความเชื่อมั่น

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ที่ทำเนียบรัฐบาล ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้มีการหารือร่วมกับ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ประธานที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมในเรื่องสถานการณ์ภาวะตลาดหุ้นไทย ที่ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น โดยยืนยันว่าองค์กรเป็นอิสระในการดำเนินการ และไม่ได้ถูกเรียกเข้าไปพบเพื่อให้การบ้านหรือโจทย์ใด แต่เป็นการหารือเพื่อสร้างความมั่นใจเพิ่มเติมมากกว่า

นางพรอนงค์ กล่าวว่า มีการพูดคุยกัน 3 เรื่อง ได้แก่ 1.การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างทั้งก.ล.ต. ตลท. กระทรวงการคลัง รวมถึงรัฐบาลด้วย ซึ่งมองว่าอยากให้ตลาดหุ้นสะท้อนกลับสิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคต ภายใต้นโยบายของภาครัฐ โดยเฉพาะนโยบายที่เกี่ยวข้องโดยตรงอย่างการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน ส่งผลให้จีดีพีไทยเติบโตได้มากกว่าที่หลายฝ่ายคาดหวังไว้

2.ความกังวลในภาวะตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง มีผลมาจากการขายชอร์ต หรือ Short Sell หรือไม่ ซึ่งส่วนนี้ได้ให้ความเชื่อมั่นเหมือนที่ผ่านมาคือ ข้อกังวลที่มีการตั้งข้อสงสัยกันนั้น เป็นเรื่องเกี่ยวกับ naked short คือ การทำ Short Sell ที่ผู้ขายไม่ได้มีการยืมหุ้นมาไว้ก่อนในวันที่สั่งขายหุ้น ทำให้ในวันส่งมอบอาจมีความเสี่ยงที่ผู้ขายไม่สามารถส่งมอบหุ้นให้กับผู้ซื้อได้ (เรียกว่า “fail-to-deliver”) ซึ่งเป็นเรื่องผิดกฎหมาย

โดยก.ล.ต.มีความมั่นใจในการสอบทานและตรวจสอบอยู่แล้ว ว่าไม่มีกรณีนี้เกิดขึ้น รวมถึงหากมีจริงก็สามารถเอาผิดตามกฎหมายได้ อาทิ ระบบการตรวจสอบจะปรับเพิ่มความเข้มข้นขึ้นตามความเสี่ยงที่มีมากขึ้นอยู่แล้ว จึงมีการเสนอข้อมลตามกลไกของระบบที่มีอยู่แล้ว ยืนยันว่ามีความมั่นใจ แต่ก็ไม่สามารถมั่นใจเพียงคนเดียวได้ ซึ่งก็พยายามฝังกลไกเหล่านี้ให้สอบทานในระดับที่เข้มข้นมากขึ้น

Advertisement

และ 3.การกระตุ้นตลาดทุน ส่วนนี้กระทรวงการคลังได้เผยกำหนดการหารือร่วมกับสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (เฟทโก้) ในวันที่ 14 พฤศจิกายนนี้ เกี่ยวกับกองทุนที่เกี่ยวข้องกับอีเอสจี เพื่อประเมินผลประโยชน์ทางภาษีต่างๆ เพื่อให้มีเม็ดเงินใหม่เข้าไปในกองทุนรูปแบบใหม่เพิ่มมากขึ้น ส่วนมาตรการอื่นเพิ่มเติมยังไม่มีออกมา

“กลไกของระบบการตรวจสอบที่มีอยู่ ปกติจะไม่ได้บอกให้สาธารณชนรู้ ว่าทำอย่างไรบ้าง มีขั้นตอนเป็นอย่างไร เนื่องจากหากบอกออกไปก็จะมีช่องให้ผู้ที่ไม่หวังดี ใช้เป็นช่องทางหลบเลี่ยงได้อีกเรื่อยๆ โดยมองว่าการไปบอกว่าตลาดหุ้นไทยตกแรงเกินไปหรือไม่ คงไม่สามารถพูดได้เพราะเป็นเรื่องภาวะตลาด แต่การให้ความมั่นใจในระบบที่อาจยังเข้าใจไม่สอดคล้องกันเหล่านี้จะสื่อสารออกไปให้ต่อเนื่อง” นางพรอนงค์ กล่าว