หน้าแรก เศรษฐกิจ กอบศักดิ์ วิเ...

กอบศักดิ์ วิเคราะห์ตลาดหุ้นไทย ร่วงอีกไม่ตกใจ ไขข้อสงสัย ‘ควรขาย’ หรือ ‘ช้อนซื้อ’

13.11.23 | 18:18 น.

กอบศักดิ์ วิเคราะห์สถานการณ์หุ้นไทย ร่วงอีกก็ไม่ตกใจ เหตุมั่นใจระยะยาวยังมั่นคง เปิดข้อแนะนำ ‘หุ้นตก’ ควรขาย หรือช้อนซื้อ / FETCO จ่อพบปลัดคลังต่ออายุ SSF ปรับเงื่อนไขเหมือน LTF เชื่อหนุนตลาดหุ้นไทยคึกคัก 

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ในฐานะประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) และกรรมการรองผู้จัดการใหญ่ และเลขานุการบริษัท ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BBL) กล่าวว่า FETCO จะเข้าพบ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เพื่อหารือเกี่ยวกับกองทุนเพื่อการออม (SSF) ที่จะหมดอายุในปี 2567 ในวันนี้ (14 พ.ย.)

เป้าหมายหลักในการหารือ คือ ความคืบหน้ากองทุน SSF ที่ครบอายุว่าจะมีการต่ออายุกองทุนหรือไม่อย่างไร หากมีการต่ออายุกองทุนอยากให้มาตรการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขลงทุนให้เหมือนกับกองทุนหุ้นระยะยาว (LTF) คือ เน้นลงทุนในตลาดหุ้นไทยเป็นหลัก รวมถึงระยะเวลาการลงทุนให้น้อยกว่า 10 ปี เชื่อว่ากองประหยัดภาษีภายใต้การปรับเงื่อนไขการลงทุนดังกล่าว จะหนุนให้ตลาดหุ้นไทยกลับมาคึกคักได้

สถานการณ์หุ้นไทยระยะนี้จะตกต่อได้ และถ้าหุ้นตกอีกก็ไม่ตกใจเพราะว่ามั่นใจในระยะยาวของประเทศไทย จากการคำนวณแล้วว่าปัจจัยหลายอย่างของไทย เช่น เงินสำรองยังดี สถาบันการเงินมีกำไรสูงมีฐานะเข้มแข็ง รวมถึงบริษัทใหญ่ๆ ยังเดินหน้าธุรกิจต่อได้ โดยรวมตลาดหุ้นไทยยังไปได้ แม้หุ้นจะตกบ้างแต่จะกลับมาได้ดี

“ไม่รู้ว่าจะขึ้นจะลง แต่คิดว่าถ้ากังวลว่าหุ้นตกแล้วควรจะขาย หรือควรจะซื้อมั้ย คำตอบคืออย่าขายและพอถึงจุดหนึ่งควรจะซื้อ และพิจารณาหุ้นตัวไหนดีแล้วก็ซื้อ” นายกอบศักดิ์กล่าว

Advertisement

นายกอบศักดิ์กล่าวว่า มุมมองการลงทุนปี 2567 จะลงทุนในพันธบัตรต่างประเทศ เพราะดอกเบี้ยขึ้นสูงสุด เมื่อดอกเบี้ยเริ่มลง ตัวดอกเบี้ยของพันธบัตรจะดีเป็นพิเศษ ขณะที่ทองคำยังไม่ใช่ตัวเลือก เพราะถ้าไม่มีสงครามจะยาก ขณะเดียวกัน หุ้นเมืองไทยอาจเป็นโอกาสจากลดลง แนะนำหุ้นกลุ่มธนาคาร และหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว ถือว่าใช้ได้ เช่น BBL ที่ยังแข็งแกร่ง และแนะนำหุ้นที่ให้ปันผลดี

นอกจากนี้ ทางด้านกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย (ฟันด์โฟลว์) ในปัจจุบันสหรัฐยังคงดำเนินนโยบายดึงสภาพคล่องออกจากระบบด้วยการปล่อยให้พันธบัตรที่ซื้อมาครบอายุ (QT) เพื่อดูดสภาพคล่องกลับ จากข้อมูลพบเงินไหลกลับสหรัฐ ประมาณ 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เข้าตลาดพันธบัตร เนื่องจากเฟดออกพันธบัตรดึงเม็ดเงินจากทั่วโลก โอกาสฟันด์โฟลว์มาถึงไทยค่อนข้างน้อย เพราะไปที่สหรัฐสูง

“หวังว่าเมื่อปัญหาจบลงฟันด์โฟลว์จะไหลกลับมาไทยและประเทศอาเซียนได้ในกลางปี 2567 รวมถึงหากเศรษฐกิจไทยเติบโตจากการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจะสามารถดึงดูดฟันด์โฟลว์กลับมาได้” นายกอบศักดิ์กล่าว