เงินบาทแข็งค่าสุดในรอบเกือบ 2 เดือน กสิกรไทยฯคาดสัปดาห์หน้าอยู่ในกรอบ 35.30-35.50 บาทต่อดอลลาร์

แฟ้มภาพ

“เงินบาทแข็งค่าสุดในรอบเกือบ 2 เดือน ขณะที่หุ้นไทยปรับขึ้นจากแรงซื้อของนักลงทุนในประเทศ”

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยสรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบเกือบ 2 เดือนที่ 35.32 บาทต่อดอลลาร์ ท่ามกลางแรงขายเงินดอลลาร์ หลังจากที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของนโยบายด้านเศรษฐกิจมากนักในการแถลงข่าวช่วงกลางสัปดาห์ นอกจากนี้การแข็งค่าของเงินบาทก็มีความสอดคล้องกับสถานะซื้อสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี ทิศทางการแข็งค่าของเงินบาทเริ่มชะลอลงในช่วงปลายสัปดาห์ หลังตัวเลขการส่งออกของจีนที่น่าผิดหวัง กดดันสกุลเงินเอเชียในภาพรวม

สำหรับในวันศุกร์ (13 ม.ค.) เงินบาทอยู่ที่ 35.40 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าเมื่อเทียบกับระดับ 35.69 บาทต่อดอลลาร์ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (6 ม.ค.)

baht

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (16-20 ม.ค.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 35.30-35.50 บาทต่อดอลลาร์ โดยจุดสนใจของนักลงทุนน่าจะอยู่ในวันที่ 20 มกราคม ซึ่งเป็นวันสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของนายทรัมป์ ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย ดัชนีกิจกรรมการผลิตของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟียและเฟดสาขานิวยอร์กเดือนมกราคม ดัชนีราคาผู้ผลิต ดัชนีราคาผู้บริโภค การผลิตภาคอุตสาหกรรม การเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้าง เดือนธันวาคม และตัวเลขเงินทุนไหลเข้าสุทธิเดือนพฤศจิกายน นอกจากนี้ตลาดอาจรอติดตามผลการประชุม ECB และตัวเลขจีดีพีประจำไตรมาส 4/59 ของจีนด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ ตลาดการเงินสหรัฐจะปิดทำการในวันจันทร์ที่ 16 มกราคม เนื่องในวันมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์

ส่วนดัชนีหุ้นไทยปรับขึ้นจากแรงซื้อของนักลงทุนในประเทศ โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,575.24 จุด เพิ่มขึ้น 0.24% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน ลดลง 16.50% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 54,456.46 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 639.69 จุด เพิ่มขึ้น 1.07% จากสัปดาห์ก่อน

ตลาดหุ้นไทยปรับลดลงในวันจันทร์จากแรงขายทำกำไรของนักลงทุน ก่อนที่จะปรับฟื้นตัวในช่วงกลางสัปดาห์ตามแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติ หลังเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง จากนั้น ดัชนีลดช่วงบวกลงในวันพฤหัสบดี โดยนักลงทุนต่างชาติกลับมาขายหุ้นไทยอีกครั้ง เนื่องจากนักลงทุนเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ก่อนพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของนายทรัมป์ จากนั้นตลาดหุ้นไทยปรับฟื้นตัวขึ้นอีกครั้งในวันศุกร์ตามแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้น

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (16-20 ม.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่าดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,560 และ 1,550 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,580 และ 1,590 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คงได้แก่ การสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของนายทรัมป์ รวมทั้งถ้อยแถลงของรองประธานเฟด ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ ได้แก่ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ดัชนีราคาผู้บริโภค รวมทั้งยอดสร้างบ้านใหม่ ส่วนปัจจัยต่างประเทศอื่นๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่ ข้อมูลจีดีพี ไตรมาส 4/59 ของจีน และการประชุมนโยบายการเงินของ ECB

บทความก่อนหน้านี้ม.รามฯเชิญผู้ประกอบหอพักร่วมเสวนา’การบริหารจัดการหอพักตาม พ.ร.บ.ใหม่’
บทความถัดไปช่อง 7 นำดาราแจกปฏิทินคู่พระบรมฉายาลักษณ์ ในหลวง ร.9 ฉายพระรูปคู่พระราชินี 5 พันชุด