หน้าแรก เศรษฐกิจ คลัง ถก เฟทโก...

คลัง ถก เฟทโก้ เตรียมชง ครม.ออก กองทุนเพื่อความยั่งยืน คาดลงทุนไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท

14.11.23 | 18:04 น.

คลัง ถก เฟทโก้ เตรียมชง ครม.ออก กองทุนเพื่อความยั่งยืน 21 พ.ย.นี้ คาดลงทุนไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง ได้มีการประชุมร่วมกับสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (เฟทโก้) โดยได้เห็นชอบการจัดตั้งกองทุนไทยเพื่อความยั่งยืน (Thailand ESG Fund หรือทีอีเอสจี) เพื่อสนับสนุนการออมระยะยาว และมีเป้าหมายในการลงทุนในกลุ่มธุรกิจหลักทรัพย์ที่เป็นการสนับสนุนการดูแลสิ่งแวดล้อม รับผิดชอบต่อสังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี หรืออีเอสจี และรวมไปถึงการลงทุนในตราสารหนี้ด้วย

“การประชุมครั้งนี้ไม่ใช่การเรียกประชุมฉุกเฉิน แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการศึกษาและเตรียมการจัดทำเรื่องนี้มานานแล้ว ซึ่งการประชุมได้ข้อยุติแล้วว่าจะมีการจัดตั้งกองทุนทีอีเอสจี ซึ่งกองทุนดังกล่าวจะตอบโจทย์ หากประเทศไทยจะเข้าร่วมในกติกาโลกต่างๆ ในการไปสู่ความยั่งยืน ส่วนนี้ก็จะเป็นอีกหนึ่งการส่งสัญญาณว่าเราก็มีเครื่องมือทางด้านตลาดทุนที่ตอบโจทย์เรื่องอีเอสจี” นายลวรณกล่าว

โดยคลังจะมีการเสนอกฎหมาย เพื่อออกเป็นกฎกระทรวง โดยจะมีการขอความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในการออกหลักเกณฑ์กองทุนลักษณะขึ้นมา และกรมสรรพากรจะต้องได้ข้อมูลครบถ้วน เพื่อที่กระทรวงการคลังจะได้ทำการเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติในวันที่ 21 พฤศจิกายนนี้

นายลวรณกล่าวว่า สำหรับกองทุนทีอีเอสจี ใช้ระยะเวลาลงทุน หรือถือครอง 8 ปีเต็ม คาดว่าจะเริ่มเปิดให้ลงทุนได้ในเดือนธันวาคม 2566 เพื่อให้ประชาชนที่เข้ามาลงทุนได้รับการลดหย่อนภาษีในเดือนมีนาคม 2567 ซึ่งคาดว่าจะมีเม็ดเงินเข้ามาลงทุนไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท ขณะที่กองทุนมีอายุ 10 ปี

Advertisement

นายลวรณกล่าวอีกว่า ปัจจุบันมีกองทุนลดหย่อนภาษี ได้แก่ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (อาร์เอ็มเอฟ) และกองทุนรวมเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว (เอสเอสเอฟ) ซึ่งทั้ง 2 กองทุนดังกล่าวสามารถลดหย่อนภาษีรวมกันได้ไม่เกิน 5 แสนบาท ขณะที่กองทุนทีอีเอสจีนั้นจะเป็นการจัดตั้งกองทุนใหม่เพิ่มขึ้นมา โดยกำหนดให้สามารถลดหย่อนภาษีได้ 30% ของเงินได้พึงประเมิน สูงสุดเกิน 1 แสนบาท ซึ่งหากรวมการลดหย่อนภาษีจากการลงทุนทั้งหมด นักลงทุนจะได้รับการลดหย่อนภาษีสูงสุดไม่เกิน 6 แสนบาท

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (เฟทโก้) กล่าวว่า เฟทโก้มองว่าเทรนด์เรื่องอีเอสจี ของโลกมีความสำคัญอย่างยิ่ง และไทยก็เข้าไปเป็นภาคีเครือข่ายในข้อตกลงต่างๆ จึงอยากให้บริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ไทยได้รับการส่งเสริมในเรื่องนี้ จึงได้มีการเสนอจัดทำกองทุนไทยเพื่อความยั่งยืน ซึ่งจะรวมเฉพาะบริษัทไทยที่เกี่ยวกับอีเอสจี เข้ามาอยู่ในกองทุน ซึ่งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) จะเป็นผู้ดูรายละเอียดให้ รวมทั้งในส่วนตราสารหนี้ต่างๆ ด้วย คาดว่าปีแรกจะมีเม็ดเงินเข้ามาลงทุนกว่า 1 หมื่นล้านบาท และจะขยายผลในปีต่อๆ ไป

“เมื่อรัฐบาลได้มีการสนับสนุนในเรื่องดังกล่าว จะทำให้บริษัทต่างๆ ยกระดับในการทำอีเอสจีขึ้นมา ถือเป็นก้าวที่สำคัญของประเทศไทย ภายใต้การดำเนินการของรัฐบาล ที่มีความคืบหน้าในเรื่องนี้ สามารถบอกได้ว่าเมืองไทยใส่ใจเรื่องอีเอสจีถือเป็นการทำอย่างรวดเร็ว และภายในปลายปีนี้จะสามารถลงทุนได้” นายกอบศักดิ์กล่าว

นอกจากนี้ ในอนาคต FETCO จะมีการเข้ามาหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง ในเรื่องการสนับสนุนการออกเพื่อการศึกษาบุตรหลาน การทบทวนเอสเอสเอฟ ที่จะครบกำหนดอายุสิ้นปี 2567, การกำกับดูแลให้ตลาดทุนมีความเข้มงวดมากยิ่งขึ้น, และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เป็นต้น

น.ส.กุลยา ตันติเตมิท รักษาการอธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า กรมสรรพากรจะเร่งดำเนินการภายใต้ระยะเวลาที่จำกัด ส่วนการดำเนินการต่อไปเรื่อยๆ ตามอายุของกองทุนนั้น คาดว่ากรมจะสูญเสียรายได้การจากลดหย่อนภาษีประมาณปีละ 1 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตาม ก็ถือเป็นการดำเนินการตามแนวโน้มการให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมในอนาคต และเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน