บมจ.สาลี่ คัลเล่อร์ คาดผลงานไตรมาส 4/66 โตแกร่ง ทั้งรายได้-กำไร รับช่วงไฮซีซั่นธุรกิจ หลังไตรมาส 3/66 รายได้พลาดเป้า 290 ล้านบาท ลดลง 10% ‘พีรพันธ์ จิวะพรทิพย์’ สั่งลุยเพิ่มรายได้ทุกหน่วยธุรกิจเต็มพิกัด รุกขยายฐานลูกค้าใหม่ เตรียมเข้าประมูลงานด้านพลังงานทดแทนโครงการของภาครัฐ-เอกชนต่อเนื่อง พร้อมเน้นกลยุทธ์ลดต้นทุน ผลักดันการเติบโตได้มั่นคง
นายพีรพันธ์ จิวะพรทิพย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สาลี่ คัลเล่อร์ จำกัด (มหาชน) (COLOR) ผู้ผลิตและจำหน่ายเม็ดพลาสติกมาสเตอร์แบตซ์ (Masterbatch) เม็ดพลาสติกคอมพาวด์ (Compound) และสีผสมพลาสติกชนิดผง (Dry Colorant) เปิดเผยแนวโน้มธุรกิจในไตรมาส 4/2566 ว่าบริษัทคาดว่าจะเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง และสามารถทำผลงานได้สูงสุดเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา จากกลุ่มธุรกิจผลิตเม็ดพลาสติก ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก และธุรกิจใหม่ด้านพลังงานทดแทนประเภท ผลิตทุ่นโซลาร์ลอยน้ำ (Floating Solar) ซึ่งบริษัทได้รับงานอย่างต่อเนื่อง
โดยกลุ่มธุรกิจพลังงานทดแทน ผลิตทุ่นโซลาร์ลอยน้ำ (Floating Solar) ของบริษัท เดอะบับเบิ้ลส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย จะสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 4 นี้ ซึ่งบริษัทรับเป็นผู้ออกแบบ จำหน่าย และติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน (EPC) การผลิตทุ่นโซลาร์ลอยน้ำ (Floating Solar) มูลค่าโครงการรวม 347.22 ล้านบาท และบริษัทได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับบริษัท แพลนเน็ต คอมมิวนิเคชั่น เอเชีย จำกัด (มหาชน) (PLANET) ซึ่งปัจจุบันดำเนินการติดตั้งกว่า 90% คาดว่าจะรับรู้รายได้ ประมาณ 50-70% ของมูลค่าโครงการ และที่เหลือรับรู้ได้ในปีถัดไป
ขณะที่ธุรกิจเม็ดพลาสติก มีกำลังซื้อที่มีเข้ามาต่อเนื่องตามความต้องการใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับพลาสติกประเภทสินค้าบรรจุภัณฑ์ อุปโภคบริโภค และผลิตภัณฑ์พลาสติกเกี่ยวข้อง รวมทั้งในช่วงปลายปีจะเป็นช่วงเทศกาลต่างๆ ที่สนับสนุนธุรกิจของบริษัท
“ปีนี้เป็นอีกปีที่ท้าทายสำหรับบริษัท ซึ่งรู้สึกพอใจผลประกอบการไตรมาส 3/2566 ที่ออกมายังรักษาระดับรายได้ที่ใกล้เคียงกัน เมื่อเทียบไตรมาส 1/2566 และไตรมาส 2/2566 หลักๆ มาจากการปรับตัวลงของราคาวัตถุดิบในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา ทำให้สามารถแข่งขันได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งมีความต้องการสินค้าทั้งอุปโภคและบริโภคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ในไตรมาส 4/2566 จะเห็นผลงานที่ดีขึ้น เนื่องจากมีการรับรู้รายได้เพิ่มของธุรกิจพลังงานทดแทน Floating Solar” นายพีรพันธ์กล่าว
นายพีรพันธ์กล่าวว่า บริษัทจะเร่งสร้างรายได้เพิ่มเพื่อการเติบโตแข็งแกร่ง และสร้างผลตอบแทนที่ดีต่อผู้ถือหุ้น โดยการขยายธุรกิจทุกรูปแบบในทุกหน่วยธุรกิจ ควบคู่กับการสร้างรายได้ที่ต่อเนื่อง ทั้งธุรกิจผลิตเม็ดพลาสติก และธุรกิจใหม่ พลังงานทดแทน ผลิตทุ่นโซลาร์ลอยน้ำ (Floating Solar) และธุรกิจภาคการเกษตร รวมทั้งการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ เร่งหาลูกค้าในอุตสาหกรรมอื่นๆ เพิ่มเติม
นอกจากนี้ บริษัทยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างรอการเซ็นสัญญาเข้ารับงาน มูลค่ารวมประมาณ 85 ล้านบาท ซึ่งเป็นงานภาครัฐและเอกชน คาดว่าจะมีความชัดเจนเร็วๆ นี้ สนับสนุนการสร้างรายได้ในอนาคต ขณะเดียวกัน จะควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดต้นทุนอีกด้วย โดยรายได้ปีนี้คาดว่าจะใกล้เคียง จากปีก่อนมีรายได้รวม 1,256 ล้านบาท
อนึ่ง ภาพรวมผลการดำเนินการไตรมาส 3 ปี 2566 (สิ้นสุด 30 กันยายน 2566) บริษัทมีรายได้ 290 ล้านบาท ลดลง 10% เมื่อเทียบกับงวดไตรมาส 3 ปี 2565 ที่ทำได้ 322 ล้านบาท และกำไรสุทธิไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 16.66 ล้านบาท

