นายกรศิษฎ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ. เตรียมผลักดันให้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ.2511 (พ.ร.บ. กฟผ.) เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจรองรับการแข่งขันในอนาคต และเพิ่มโอกาสการทำธุรกิจใหม่ๆ ซึ่งจะเป็นการใช้ทรัพย์สินที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เนื่องจาก พ.ร.บ.ดังกล่าว มีข้อจำกัดเรื่องการลงทุน เพราะปัจจุบัน กฟผ. เป็นถูกกำหนดให้เป็นรัฐวิสาหกิจที่ทำหน้าที่ผลิตไฟฟ้าอย่างเดียว ไม่สามารถขายไฟฟ้า หรือทำธุรกิจอื่นได้ ซึ่งอนาคตอาจทำให้องค์กรมีขนาดเล็กลง
ทั้งนี้ การปรับแก้ พ.ร.บ. กฟผ. ยังเป็นการเปิดโอกาสรองรับการลงทุน อาทิ โครงการคลังแอลเอ็นจีลอยน้ำ(เอฟเอสอาร์ยู) ขนาด 5 ล้านตัน ที่ภาครัฐมอบหมายให้ กฟผ.ดำเนินการ ซึ่งเดิม กฟผ.ต้องการก๊าซแอลเอ็นจีเพียง 3 ล้านตันป้อนให้กับโรงไฟฟ้าพระนครใต้ แต่เมื่อภาครัฐต้องการให้ กฟผ.ดำเนินการ 5 ล้านตัน จึงวางแผนจัดสรรก๊าซที่เหลืออีก 2 ล้านตันป้อนให้กับโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ แต่หากในอนาคตภาครัฐต้องการให้ กฟผ.ลงทุนเพิ่มอีก อาจติดปัญหาไม่สามารถบริหารปริมาณก๊าซแอลเอ็นจีส่วนเกินได้ เพราะไม่สามารถขายก๊าซฯส่วนเกินให้กับโรงไฟฟ้าของเอกชนได้ เนื่องจากติดเงื่อนไขของ พ.ร.บ.ดังกล่าว

