บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เคดับบลิวไอ จำกัด มองเศรษฐกิจเวียดนามแนวโน้มเติบโตโดดเด่นในระยะยาว ขณะที่ตลาดหุ้นเวียดนามปรับฐานเป็นโอกาสเข้าลงทุน พร้อมเปิดเสนอขาย กองทุนเปิด KWI VIETNAM 20-28 พฤศจิกายนนี้
นายสุรเชษฐ์ ศรีวัฒนกุลวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เคดับบลิวไอ จำกัด หรือ บลจ.เคดับบลิวไอ กล่าวว่า เวียดนามเป็นประเทศดาวเด่นแห่งอาเซียนที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงเป็นอันดับต้นๆ ของภูมิภาค โดยในช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมา (ปี 2533 – 2563) มีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยต่อปี (Average annual growth rate) ของ Real GDP สูงถึง 6.7% – 6.8% แม้ว่าปี 2563 ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรค COVID-19 ทำให้เศรษฐกิจและภาคการผลิตต้องชะงักจากมาตรการล็อกดาวน์ แต่ในปี 2565 GDP ของเวียดนามฟื้นตัวด้วยอัตราสูงถึง 8.02% นับเป็นอัตราที่สูงที่สุดในทวีปเอเชีย และยังคงมีแนวโน้มเติบโตในระดับสูงอย่างต่อเนื่องในระยะยาว โดยมีการคาดการณ์ GDP ปี 2566 และปี 2567 จะเติบโตที่ 4.7% และ 5.5% ตามลำดับ (ที่มา: The World Bank)
“ตลาดหุ้นเวียดนามเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้นในปี 2566 และมีศักยภาพอย่างมากสำหรับการเติบโตในอนาคต ด้วยปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ โครงสร้างประชากรส่วนใหญ่เป็นวัยทำงานและคาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องในอีก 20 ปีข้างหน้า ทำให้มีความได้เปรียบในภาคอุตสาหกรรมแรงงานและมีจุดแข็งด้านต้นทุนค่าแรงต่ำ ความแข็งแกร่งของภาคการผลิตจากการที่บริษัทชั้นนำของโลกหลายแห่งย้ายฐานการผลิตมายังประเทศเวียดนาม ประกอบกับภาคอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็วจากการขยายตัวของเมืองต่างๆ ที่ได้รับอานิสงส์จากการย้ายถิ่นฐานของประชากรเข้ามาทำงานในเมือง (Urbanization) รวมทั้งความสามารถในการค้าขายได้อย่างอิสระกับหลากหลายประเทศจากการทำข้อตกลงการค้าเสรีกับนานาประเทศ เป็นต้น นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์เวียดนามยังมีแผนจะปรับเกณฑ์การซื้อขายหุ้นให้มีความเป็นสากลมากขึ้นเพื่อยกระดับตลาดหุ้นเวียดนามจาก Frontier Market เป็น Emerging Market ซึงปัจจุบัน ค่า Forward P/E ของดัชนีโฮจิมินห์อยู่ที่ 11.7 เท่า ต่ำกว่าค่า Forward P/E เฉลี่ย 10 ปี ที่ 14.2 เท่า (ที่มา: Bloomberg) จึงเป็นระดับที่น่าสนใจลงทุน”
นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า บลจ. เคดับบลิวไอ จึงเตรียมเปิดเสนอขาย กองทุนเปิด เคดับบลิวไอ เวียดนาม อิควิตี้ เอฟไอเอฟ (KWI VIETNAM) เป็นกองทุนประเภท Feeder Fund เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน CGS Fullgoal Vietnam 30 Sector Cap ETF (กองทุนหลัก) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV กองทุนหลักเป็นกองทุนรวมอีทีเอฟ (Exchange Traded Fund) ที่จดทะเบียนซื้อขายในกระดานหลักของตลาดหลักทรัพย์ประเทศสิงคโปร์ (SGX-ST Main Board) บริหารจัดการโดย CGS-CIMB Securities (Singapore) Pte. Ltd. และได้แต่งตั้งให้ Fullgoal Asset Management (HK) Limited เป็นที่ปรึกษาการลงทุน ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะลงทุนใน USD Class Units ของกองทุนหลัก ซึ่งในปัจจุบันมีการซื้อขายใน 2 สกุลเงิน (Trading Currencies) ได้แก่ ดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) เป็นสกุลเงินหลัก และดอลลาร์สิงคโปร์ (SGD) เป็นสกุลเงินรอง โดยบริษัทจัดการอาจพิจารณาลงทุนในสกุลเงิน USD และ/หรือ SGD ตามความเหมาะสมในแต่ละสถานการณ์ เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ
ทั้งนี้ กองทุน CGS Fullgoal Vietnam 30 Sector Cap ETF (กองทุนหลัก) มีวัตถุประสงค์ในการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทน (ก่อนหักค่าใช้จ่าย) ให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี iEdge Vietnam 30 Sector Cap Index ซึ่งเป็นดัชนีที่ประกอบด้วยหลักทรัพย์ของบริษัทที่มีขนาดใหญ่และสภาพคล่องสูงสุดตามมูลค่าราคาตลาด (market capitalization) จำนวน 30 อันดับแรกซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม โดยดัชนีดังกล่าวจะไม่รวมบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ เช่น อาวุธป้องกันตัว การพนัน ยาสูบ ยาเสพติด และแอลกอฮอล์ ทั้งนี้ ดัชนี iEdge Vietnam 30 Sector Cap Index มีการถ่วงน้ำหนักด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดปรับด้วยสัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float Market Capitalization) ซึ่งพิจารณาจากสัดส่วนการถือครองหลักทรัพย์ของนักลงทุนต่างชาติ (foreign-ownership limits) โดยมีสัดส่วนรายหลักทรัพย์สูงสุดไม่เกิน 10% และสัดส่วนรายหมวดอุตสาหกรรมสูงสุดไม่เกิน 25%
ทั้งนี้ผู้สนใจจองซื้อ IPO ระหว่างวันที่ 20-28 พฤศจิกายนนี้ ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee) จะลดเหลือ 0.50% และสำหรับผู้ลงทุนใหม่ที่ไม่เคยเปิดบัญชีโดยตรงและลงทุนกับ บลจ. เคดับบลิวไอ ได้รับสิทธิเข้าร่วม “โครงการออมเบอร์ 5” เพื่อรับของสมนาคุณพิเศษเป็นหน่วยของกองทุน KWI MONEY มูลค่า 500 บาท เมื่อเปิดบัญชีและลงทุนครั้งแรกในกองทุน KWI VIETNAM ขั้นต่ำ 5,000 บาท พร้อมสมัครบริการ KWI Savings Plan เพื่อลงทุนแบบรายเดือนในกองทุนเดียวกันเป็นจำนวนเงินลงทุนที่เท่ากันทุกเดือน (Dollar Cost Averaging : DCA) จนครบ 12 เดือนภายในสิ้นปี 2567 ขั้นต่ำเดือนละ 500 บาท (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทจัดการกำหนด)

