เทียบชัดๆ เงื่อนไข TESG ต่างจาก ‘SSF-RMF’ ก่อนคลังชงครม. 21 พ.ย.

เทียบชัดๆ เงื่อนไข TESG ต่างจาก ‘SSF-RMF’ ก่อนคลังชงครม. 21 พ.ย.

กระทรวงการคลังมีแผนเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 21 พฤศจิกายน เพื่อจัดตั้งกองทุนลดหย่อนภาษีตัวใหม่ โดยจะใช้ชื่อว่า กองทุนไทยเพื่อความยั่งยืน (TESG: Thailand ESG Fund) เพื่อการออมในระยะยาวในตลาดทุนไทย

จากปัจจุบันที่มีกองทุนรวมเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว (SSF: Super Savings Fund) และ กองทุนรวมเพื่อการเลื้ยงชีพ (RMF: Retirement Mutual Fund) เพื่อใช้สำหรับการหักลดหย่อนภาษี

หลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกองทุน TESG แตกต่างจาก SSF กับ RMF อย่างไร?

Advertisement

กองทุน TESG
– ระยะเวลาถือครองลงทุน 8 ปีเต็ม (10 ปีปฏิทิน)
– ลงทุนหุ้นไทยในดัชนี SETTHSI และ SETESG ปัจจุบันมี 210 บริษัทจดทะเบียน
– ลงทุนในตราสารหนี้ไทย ESG Bond
– นำเงินลงทุนมาลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 30% ของรายได้ แต่สูงสุดไม่เกิน 1 แสนบาท (การลดหย่อนภาษีแยกออกจากวงเงิน SSF-RMF)
– เริ่มซื้อกองทุนได้ตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม 2566
– หักลดหย่อนภาษีรอบเดือน มีนาคม 2567 ได้ทันที

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จะต้องออกหลักเกณฑ์กองทุน TESG ให้เสร็จภายใน 2 วัน และกรมสรรพากรจะต้องทำข้อมูลให้ครบถ้วนภายในวันที่ 17 พฤศจิกายน เพื่อเสนอ ครม. ภายในวันที่ 21 พฤศจิกายน

กองทุน SSF
– กองทุน SSF จัดตั้งขึ้นตามมติ ครม.เพื่อมาแทนกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF: Long Term Fund) ที่หมดอายุไปเมื่อสิ้นปี 2562 โดยกองทุน SSF มีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมการออมเงินระยะยาวและพัฒนาปรับปรุงนโยบายการลงทุน โดยมีเงื่อนไข ดังนี้
– ระยะเวลาถือครองลงทุน 10 ปี นับจากวันแรกที่ซื้อ
– นำเงินลงทุนมาลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 30% ของรายได้ แต่สูงสุดไม่เกิน 2 แสนบาท
– ลงทุนในสินทรัพย์ทุกประเภท
– การลดหย่อนภาษีนับรวมกับการลงทุนเพื่อการเกษียณอายุประเภทอื่น ๆ (กองทุนรวมสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund), กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF), กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) และประกันชีวิตแบบบำนาญ โดยต้องไม่เกิน 500,000 บาท)
ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีในปี 2563-2567

โดยนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ระบุว่า จากนี้เฟทโก้จะหารือกับกระทรวงการคลัง เพื่อนำเสนอมาตรการทบทวนเงื่อนไขกองทุน SSF ซึ่งจะหมดอายุในปี 2567 รวมถึงการออมเพื่อการศึกษาของเด็ก และเรื่องกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund : IFF) เพราะเชื่อว่ารัฐบาลคงจะมีการลงทุนเรื่องโครงสร้างพื้นฐานมากขึ้นในอนาคต และพยายามหามาตรการให้ตลาดทุนมีส่วนช่วยสังคมเพิ่มมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะสอดรับนโยบายของนายกรัฐมนตรีในการช่วยเหลือคนตัวเล็ก

กองทุน RMF
– ระยะเวลาถือครองลงทุนขั้นต่ำ 5 ปี และขายได้ตอนอายุครบ 55 ปี
– นำเงินลงทุนมาลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 30% ของรายได้ แต่สูงสุดไม่เกิน 5 แสนบาท
– การลดหย่อนภาษีนับรวมกับการลงทุนเพื่อการเกษียณอายุประเภทอื่น ๆ (กองทุนรวมสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund), กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) และประกันชีวิตแบบบำนาญ โดยต้องไม่เกิน 500,000 บาท)

ทั้งนี้หากรวมวงเงินลดหย่อนภาษีของกองทุน TESG สูงสุด 1 แสนบาท เพิ่มเติมจากกองทุน RMF และกองทุน SSF ที่รวมกันลดหย่อนสูงสุดไม่เกิน 5 แสนบาท ดังนั้นเมื่อนับรวมกองทุน TESG ต่อไปจะสามารถหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 6 แสนบาท (TESG+SSF+RMF)

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
หอค้าไทย หนุนจัดตั้งกองทุน TESG ลดหย่อนภาษี

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image