‘พิมพ์ภัทรา’ ดันแอททริคเสริมแกร่งฐานผลิตอีวี เร่ง สมอ.เปิดทดสอบ100% ปี69

‘พิมพ์ภัทรา’ ดันแอททริคเสริมแกร่งฐานผลิตอีวี เร่ง สมอ.เปิดทดสอบ100% ปี69

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิยายน น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ หรือ แอททริค (Automotive and Tyre Testing, Research and Innovation Center – ATTRIC) จ.ฉะเชิงเทรา ว่า กระทรวงอุตสาหกรรมกำลังเร่งจัดตั้งศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ให้เปิดดำเนินการภายในปี 2569 เพื่อยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ยานยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และยางล้อของไทย ผลักดันประเทศไทยเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมยานยนต์สันดาปภายใน และยานยนต์ไฟฟ้า(อีวี)ที่สำคัญของโลก ดึงดูดนักวิจัย และนักลงทุนจากทั่วโลกสู่ประเทศไทย สอดรับกับนโยบายของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ(บอร์ดอีวี) ที่กำหนดให้กระทรวงอุตสาหกรรมดูแลด้านมาตรฐานอีวีและให้แอททริคเข้าทดสอบทั้งรถยนต์และชิ้นส่วนทั้งระบบ สอดรับกับมาตรการอีวีทั้ง 3.0 และ 3.5 ทั้งนี้เมื่อแอททริคเปิดเต็มรูปแบบจะเป็นศูนย์ทดสอบมาตรฐานโลกแห่งแรก เป็นอันดับ1ของอาเซียน และอันดับที่ 11 ของโลก สร้างรายได้เข้าประเทศไม่น้อยกว่าปีละ 1,000 ล้านบาท

นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า แอททริคตั้งขั้นตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) 29 มีนาคม 2559 กรอบวงเงิน 3,705.7 ล้านบาท พื้นที่ 1,234.98 ไร่ ณ ตำบลลาดกระทิง อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา ปัจจุบันดำเนินการเสร็จ 55% ของวงเงินงบประมาณ กำหนดก่อสร้าง 5 สนามทดสอบ เสร็จแล้ว 4 สนาม เหลืออีก 1 สนาม คือ สนามทดสอบความเร็วและสมรรถนะ ต้องป้องกันดินสไลด์สู่สนามทดสอบยางล้อ การก่อสร้างทางวิ่งส่วนต่อขยายจากสนามทดสอบยางล้อเพื่อการทดสอบตามมาตรฐาน UN R117 และสถานีสำหรับเตรียมสภาพรถ ตลอดจนจัดซื้อชุดเครื่องมือทดสอบการป้องกันผู้โดยสารเมื่อเกิด การชนด้านหน้าและด้านข้างของยานยนต์ ทั้งหมดนี้จะดำเนินการช่วงปีงบประมาณ 2566 – 2568 เพื่อเปิดบริการเต็มรูปแบบปี 2569

Advertisement

ด้าน นายวันชัย พนมชัย รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กล่าวว่า นอกจากแอททริคจะสร้างรายได้ให้ประเทศ ยังลดระยะเวลาและช่วยให้ผู้ประกอบการประหยัดค่าใช้จ่ายส่งผลิตภัณฑ์ไปทดสอบต่างประเทศ 30-50% สร้างเม็ดเงินสะพัดในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 148 ล้านบาทต่อปี เพิ่มปริมาณการผลิตและการแปรรูปยางพารา ลดต้นทุนการผลิต ยางล้อ ไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาทต่อปี กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนในจังหวัด โดยแอททริคจะทดสอบ 18 มาตรฐานที่สมอ.กำหนด อาทิ รถยนต์ไฟฟ้า มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า สถานีชาร์จรถไฟฟ้า  ยางล้อรถมอเตอร์ไซค์ ยางล้อรถยนต์ ยางล้อรถบรรทุก  เข็มขัดนิรภัย และกระจกนิรภัย

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image