‘พีระพันธุ์’ ฉุนเล็งรื้อโครงสร้างราคาน้ำมัน ชี้ผู้ประกอบการโยนภาระให้ปชช.

17.11.23 | 06:27 น.

‘พีระพันธุ์’ ฉุนเล็งรื้อโครงสร้างราคาน้ำมัน ชี้ผู้ประกอบการโยนภาระให้ ปชช.

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงราคาน้ำมันเบนซินที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง 2 วัน หลังรัฐบาลประกาศลดราคาน้ำมันเบนซินทุกชนิด แยกเป็นลดราคาน้ำมันแก๊สโซฮอลล์ E20 และ E85 จำนวน 0.80 บาทต่อลิตร ลดราคาแก๊สโซฮอล์ 91 จำนวน 2.50 บาทต่อลิตร และแก๊สโซฮอล์ 95 จำนวน 1 บาทต่อลิตร เริ่มตั้งแต่วันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมานั้น ว่า เราต้องเข้าใจผู้ประกอบการ ขณะเดียวกันผู้ประกอบการก็ต้องเข้าใจประชาชนและรัฐบาล

“ผมคิดว่าราคาน้ำมันไม่ใช่หุ้นจะขึ้นลงทุกนาทีและทุกวัน ราคาพลังงานโลกก็แบบเดียวกันขึ้นลงตามสถานการณ์ จะให้ประชาชนมารับภาระวิ่งขึ้นวิ่งลง ผมว่าไม่ถูกต้อง ควรจะต้องวางระบบเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันที่ขายให้กับประชาชน การขึ้นลงเป็นเรื่องผู้ประกอบการและภาครัฐต้องมาว่ากันว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร หากราคาน้ำมันวิ่งขึ้นวิ่งลงแบบนี้ รัฐคำนวณไม่ได้และควบคุมไม่ได้ เป็นระบบที่ไม่ถูกต้อง กำลังศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อยู่”

เมื่อถามว่า จะวางแนวทางอย่างไรนั้น นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ต้องดูว่าจะทำอย่างไรให้ราคาซื้อขายน้ำมันที่ประชาชนซื้อจากปั๊มมีเสถียรภาพ มีราคาที่แน่นอน เพื่อไม่ให้ประชาชนมาแบกรับแบบทุกวันนี้ ต้องศึกษาเรื่องโครงสร้างกันใหม่หมด โครงสร้างเดิมที่ใช้กันมา นาน 20-30 ปี ถึงเวลาต้องปรับปรุง อย่างอื่นยังปรับปรุง แล้วเรื่องนี้ถึงไม่ปรับปรุง เอะอะก็อ้างเรื่องการค้าเสรี แต่ประชาชนมีปัญหา ผมว่าไม่ถูกต้อง

เมื่อถามว่า ผู้ประกอบการบอกว่าราคาน้ำมันโลกปรับขึ้นจึงขึ้นราคาตาม นายพีระพันธุ์กล่าวว่า เป็นเรื่องระหว่างผู้ประกอบการกับภาครัฐที่ต้องหาทางให้เกิดความเหมาะสม ไม่ใช่เรื่องผู้ประกอบการกับประชาชน แล้วภาครัฐไม่ทำอะไร อย่างนี้ก็อย่ามีรัฐดีกว่า ควรมานั่งคิดกันว่า จะวางระบบอย่างไร ให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยลง จะพยายามทำให้เร็วที่สุด เพราะยังไม่เคยมีใครมาทำ มีตนคิดครั้งแรกการที่เราจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงรูปแบบไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ดีกว่าไม่คิดใช่หรือไม่

Advertisement

เมื่อถามว่าต้องไปรื้อกฎหมายหรือไม่นั้น นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ทั้งหมดเป็นเรื่องของกฎหมาย นโยบาย โครงสร้าง การบริหาร มีคณะทำงานที่จะแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน และได้รายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบเป็นระยะว่ามีปัญหาใดที่ต้องแก้ไข นายกรัฐมนตรีก็สนับสนุนทุกเรื่อง เพราะที่ทำนั้นก็ทำเพื่อประชาชน นโยบายก็ตรงกับนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว ทุกอย่างต้องคิดด้วยความรอบคอบ ไม่ใช่คิดปั๊บทำปุ๊บ ผลกระทบเยอะ ผู้ประกอบการ ทำระบบนี้มานาน รัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็เคยชินกับระบบแบบนี้ เมื่อเราจะเปลี่ยนแปลงปรับปรุงก็ต้อง ค่อยค่อยดูรูปแบบว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรให้มีผลกระทบน้อยที่สุด ตนคิดว่าเมื่อเป็นรัฐมนตรี จะนั่งเฉยแบบนี้ไม่ได้