นายวรุตม์ ศิวะศริยานนท์ กรรมการผู้จัดการ สายงานวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด กล่าวว่า สำหรับสัปดาห์นี้ จึงมองว่าดัชนีหุ้นไทย สัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,563-1,585 จุด โดยยังต้องจับตาความไม่แน่นอนในเรื่องนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะแถลงหลังพิธีสาบานเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในวันที่ 20 มกราคมนี้ ซึ่งตลาดมีความกังวลว่า ทรัมป์ จะออกนโยบายการคลังตามที่หาเสียงไว้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งก่อนหน้านี้ ตลาดหุ้นได้ปรับตัวขึ้นรับข่าวนโยบายของทรัมป์ที่หาเสียงไว้ก่อนหน้านี้แล้วมากทีเดียว
ประกอบกับ ตอนนี้เริ่มเข้าสู่ฤดูการประกาศผลประกอบการไตรมาส 4 ของสหรัฐฯ หากผลประกอบการออกมาดี หุ้นจะไปต่อได้ โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ คาดว่า บริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ จะมีกำไรโตประมาณ 5%
ด้านราคาน้ำมันน่าจะเคลื่อนไหวในช่วง 50-60 USD / บาร์เรล แต่หากนายโดนัลด์ ทรัมป์ จะเลิกการนำเข้าน้ำมัน หันกลับมาเร่งขุดใช้ Shale gas และ Shale oil ภายในประเทศตามที่หาเสียงไว้ ราคาน้ำมันจะถูกกดดันอย่างหนัก
นอกจากนี้ จะต้องติดตามการประชุม World Economic Forum ที่สวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งปีนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่ได้เข้าร่วม โดย ประธานาธิบดีจีน จะเป็นผู้กล่าวนำ ซึ่งจะเน้นเรื่อง Globalization ซึ่งจะตรงข้ามกับนโยบายของ โดนัลด์ ทรัมป์
ทั้งนี้ ในฟากยุโรป คาดว่า ยุโรปจะหันมาทำการค้ากับเอเชียมากขึ้น หลังจากโดนสหรัฐฯ ปรับหนักในกรณีต่าง ๆ เช่น ดอยช์ แบงก์ , Royal Bank of Scotland, และกรณี โฟล์คสวาเกน
สำหรับในเอเชีย นักลงทุนมีความกังวลในนโยบายกีดกันทางการค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำกล่าวตอนหาเสียงที่นโยบายการที่จะประนามจีนในเรื่องการแทรกแชงตลาดเพื่อควบคุมค่าเงินของตน ด้านไทยเอง การประกาศผลกำไรของบริษัทในไตรมาส 4/59 ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วซึ่ง บล.เอเชีย เวลท์ คาดว่าน่าจะออกมาแข็งแกร่ง จากที่ตกต่ำในปี 2558 และผลประกอบการที่ผ่านมาในปี 59 ที่ปรับตัวดีขึ้น
นายวรุตม์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในสัปดาห์นี้ Trading Idea ของ บล.เอเชีย เวลท์ แนะนำซื้อ TISCO ของ บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) โดย บล.เอเชีย เวลท์ ให้ราคาเป้าหมาย 72.00 บาท เนื่องจากพื้นฐานอันแข็งแกร่งจากการเติบโตของกำไรที่มั่นคง อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) ที่สูงที่สุดในกลุ่มธนาคาร คุณภาพสินทรัพย์ที่ปรับตัวดีขึ้น และอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ดี
บล.เอเชีย เวลท์ คาดกำไรของ TISCO ในปีนี้จะยังคงเติบโตต่อเนื่องที่ 12.1% หนุนโดยการตั้งสำรองที่คาดว่าจะลดลง 14.8% และอัตราส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิในระดับสูงที่ 3.94% การเติบโตของกำไรดังกล่าวจะช่วยผลักดัน ROE ของธนาคารอยู่ที่ 17.0% สูงที่สุดในกลุ่มธนาคาร

