ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยสถานการณ์เอ็นพีแอลทั้งระบบสถาบันการเงิน มีทิศทางเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากไตรมาส 4 ปี 2559 อยู่ที่ 2.82% คาดว่าไตรมาสแรกปีนี้ เอ็นพีแอลไต่ขึ้นมาอยู่ที่ 2.9% และจะเห็นเอ็นพีแอลขึ้นระดับสูงสุดในไตรมาส 3 ปี 2560 ที่ระดับ 3.01% ด้วยมูลค่าเอ็นพีแอลรวม 4.3 แสนล้านบาท จากไตรมาส 3 ปี 2559 อยู่ที่ 3.9 แสนล้านบาท ภายใต้สมมุติฐานว่า เศรษฐกิจต้องขยายตัวต่อเนื่อง แต่หากภาวะเศรษฐกิจไม่ดีขึ้น ก็มีโอกาสที่เอ็นพีแอลจะเพิ่มจากที่คาดการณ์ไว้ โดยกลุ่มที่ยังเป็นหนี้เสีย เป็นกลุ่มเดิม ๆ คือเอสเอ็มอีขนาดกลางและรายย่อย สินเชื่อบ้าน บัตรเครดิต สินเชื่อบุคคล
ด้านนายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า ธุรกิจอสังหาฯ โดยเฉพาะรายใหญ่มีการปรับพอร์ตสู่ตลาดกลางขึ้นบนมากขึ้น เนื่องจากหนี้เสียส่วนใหญ่ เกิดขึ้นในระดับราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีความกังวลเรื่องการปรับดอกเบี้ยนโยบายขาขึ้นในปี 2560 หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 1 ครั้งในปีที่ผ่านมา และแนวโน้มปีนี้อาจปรับขึ้นอีก 2 ถึง 3 ครั้ง ซึ่งทุก 1% ที่ปรับขึ้น ทำให้ภาระเงินผ่อนชำระสินเชื่อบ้านเพิ่มขึ้น 8% กระทบความสามารถในการซื้อของลูกค้า จึงยิ่งต้องระมัดระวังมากขึ้น
นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า หนี้เสียภาคอสังหาฯ ที่สูงขึ้น เกิดจากกลุ่มคอนโดมิเนียมราคาต่ำ 2 ล้านบาท ในเขตชานเมืองและปลายสายรถไฟฟ้าสายใหม่ เช่น สายสีม่วง ขณะที่โครงการแนวราบมีปัญหาหนี้เสียน้อยกว่า แบงก์ควรโฟกัสให้ชัดว่าสินค้าเซ็กเมนต์ไหน ทำเลใด ที่เกิดหนี้เสียขึ้นเพื่อใช้พิจารณาสินเชื่อครั้งต่อ ๆ ไป มากกว่ามองตัวเลขภาพรวม ทำให้มีความเข้มงวดอนุมัติสินเชื่อทั้งระบบ

