นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ระหว่างตรวจเยี่ยมกิจการบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.)ว่า ในปี 2559 ที่ผ่านมา บวท.ให้บริการสายการบินต่างๆประมาณ 9.09 แสนเที่ยวบิน เฉลี่ยเติบโตมากขึ้น 9-10% ถือเป็นการเติบโตมากกว่าค่าเฉลี่ยของโลกที่มีการเติบโตประมาณ 4.6% ต่อปี และเอเชีย-แปซิฟิกอยู่ที่ 6-7%ต่อปี ขณะเดียวกันได้ประเมินไว้ว่าในปี 2564 จะมีเที่ยวบินเพิ่มขึ้นเป็น 1.5 ล้านเที่ยวบินต่อปี และในปี 2570 เป็น 2 ล้านเที่ยวบินต่อปี
นายอาคม กล่าวว่า เพื่อรองรับการเติบโตของเที่ยวบินที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง บวท.ได้ขยายขีดความสามารถในการรองรับให้มากขึ้น โดยติดตั้งระบบบริการการเดินอากาศใหม่ ซึ่งจะเปิดให้บริการในปลายปีนี้ หรือต้นปี 2561 สามารถรองรับการให้บริการได้ถึง 1.5 ล้านเที่ยวบินต่อปี จากปัจจุบันที่รองรับได้ 7-8 แสนเที่ยวบินต่อปี แต่จำนวนเที่ยวบินที่ใช้บริการมากเกินขีดความสามารถแล้ว แต่ยังสามารถบริหารจัดการให้เที่ยวบินสามารถขึ้นลงได้
นายอาคม กล่าวว่า นอกจากระบบใหม่ที่จะเปิดให้บริการแล้ว บวท.ยังจะต้องพัฒนาระบบให้สามารถรองรับเที่ยวบินให้ได้ 2 ล้านเที่ยวบินต่อปี เพื่อรองรับปริมาณเที่ยวบินในอีก 10 ปีข้างหน้า โดยกำหนดให้เป็นแผนดำเนินการระยะ 5 ปี คือ ระหว่างปี 2560-2564 วงเงินลงทุน 14,453 ล้านบาท
นายอาคม กล่าวว่า อย่างไรก็ตามในการเพิ่มห้วงอากาศให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้รองรับจำนวนเที่ยวบินให้มากขึ้นนั้น คงต้องขยายศูนย์กลางการบินย่อยออกไปด้วย จากปัจจุบันมีศูนย์กลางการบินที่สนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง อู่ตะเภา เชียงใหม่ และภูเก็ต ซึ่งรองรับเต็มศักยภาพหมดแล้ว อาจจะใช้สนามบินขอนแก่น และอุดรธานีเพื่อรองรับเที่ยวบินที่เพิ่มสูงขึ้นด้วย
“หากเปรียบเทียบสนามบินสุวรรณภูมิกับสนามบินลอนดอนฮีทโธรว์ของอังกฤษ หรือสนามบินของประเทศเยอรมนี พื้นที่ของสุวรรณภูมิมีมากกว่า แต่สนามบินที่อังกฤษและเยอรมนีรองรับได้มากกว่า โดยอยู่ระดับ 2 ล้านเที่ยวบินต่อปี มากกว่าไทยถึง 3 เท่า ดังนั้นทาง บวท.จึงได้ร่วมกับอังกฤษเพื่อพิจารณาการขยายห้วงอากาศ”
นางสาริณี อังศุสิงห์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บวท. กล่าวว่า การขยายห้วงอากาศถือเป็นเรื่องสำคัญ โดยขณะนี้ บวท.อยู่ระหว่างร่วมมือกับสนามบินฮีทโธรว์เพื่อจัดทำแผนในเรื่องดังกล่าว โดยจะแล้วเสร็จในปี 2561
“ห้วงอากาศในไทยถูกใช้ใน 2 แบบ คือ 1.เพื่อความมั่นคง และ2.เพื่อเชิงพาณิชย์ แต่ในประเทศที่พัฒนาแล้วจะใช้แบบยืดหยุ่น จึงสามารถรองรับเที่ยวบินได้จำนวนมาก ในขณะที่ไทยแค่เกือบล้านเที่ยวบินต่อปีก็เต็มและมีปัญหาดีเลย์แล้ว ขณะเดียวกันเมื่อร่วมมือกับทางสนามบินฮีทโธรว์จัดทำแแผนแล้ว ก็จะรองรับได้อีก 15 ปีข้างหน้า หรือประมาณ 2.7 ล้านเที่ยวบินต่อปี โดยสนามบินฮีทโธรว์จะเข้ามาช่วย ดูว่าการเติบโตที่เกิดขึ้นจะจัดการอย่างไร ทั้งระยะสั้น กลาง และยาว”

