ที่เอสเอ็มอีแบงก์สำนักงานใหญ่ ถนนพหลโยธิน นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมแนวทางบูรณาการพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ โดยมีนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้บริหารธนาคารของรัฐ ได้แก่ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย(เอสเอ็มอีแบงก์) ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย(เอ็กซิมแบงก์) บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม(บสย.) และผู้แทนสมาคมธนาคารไทย ร่วมการประชุม ว่า การประชุมครั้งนี้ข้อสรุปจัดตั้งกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ กำหนดวงเงินไว้ 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งกองทุนนี้จะมีส่วนช่วยผลักดันให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี มีความเข้มแข็ง และสามารถสร้างผู้ประกอบการ ในทุกกลุ่มจังหวัด ตามนโยบายการพัฒนากลุ่มจังหวัดของรัฐบาล
“กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงการคลัง กำลังจัดเตรียมตั้งกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอี ซึ่งการพัฒนาเอสเอ็มอีไม่ใช่เน้นแค่ภาคอุตสาหกรรม แต่ต้องไปดูในสิ่งจะเติบโตในอนาคต เช่น ภาคบริการ ท่องเที่ยว เอสเอ็มอีเกษตร ขณะนี้เริ่มเห็นคนทำงานในกทม.ย้ายกลับไปต่างจังหวัดมากขึ้น เป็นสิ่งที่รัฐบาลอยากเห็น เพราะการพัฒนาที่ไม่ได้กระจุกตัวแค่ในเมือง ดังนั้นกองทุนนี้จะสร้างความตื่นตัวในการพัฒนาเอสเอ็มอีครั้งใหญ่ หากต้องการเงินทุน ธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทยพร้อมจะให้ความช่วยเหลือ”นายสมคิด กล่าว
นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี 17 มกราคมนี้จะเสนอในเรื่องการจัดตั้งกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอี 2 หมื่นล้านบาท เนื่องจากเป็นการขอใช้งบกลาง จากสำนักงบประมาณ ซึ่ง กองทุนอยู่ในความดูแลของกระทรวงอุตสาหกรรม ในทำงานของกองทุนจะมีความยืดหยุ่นสูง สามารถให้เป็นสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ(ซอฟท์โลน) หรือเงินเพื่อนำไปร่วมลงทุนกับเอสเอ็มอีได้

