วันที่ 16 มกราคม ที่อาคารสโมสรรถไฟ มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงคุณธรรม ในโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ 2 โครงการช่วงลพบุรี-ปากน้ำ และช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ
นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าวภายหลังเสร็จสิ้นการลงนามว่า เป็นการลงนามบันทึกข้อตกลงคุณธรรมร่วมกัน 3 ฝ่าย ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนที่สนใจเข้ามาเสนอราคา และผู้สังเกตุการณ์จากภาคประชาสังคม อาทิ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบการดำเนินงานในขั้นตอนต่างๆ โดยผู้สังเกตการณ์จากโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ทั้ง 2 โครงการ รวมทั้งสิ้น 10 คน จะสามารถเสนอแนะแนวทางป้องกันการทุจริต กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างทุกขั้นตอน ตั้งแต่การจัดทำร่างขอบเขตของงาน (ทีโออาร์) จนถึงสิ้นสุดลงนามในสัญญาได้ เพื่อให้การก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่มีความโปร่งใส มีมาตรฐาน สร้างความเป็นธรรมและความเชื่อมั่นให้กับเอกชนผู้เสนอราคาและประชาชนทั่วไป เนื่องจากโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ เป็นโครงการต่อเนื่อง ใช้งบประมาณมากถึง 3 แสนล้านบาท เพราะฉะนั้นจึงเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจจากสังคมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องความโปร่งใสในการดำเนินงาน
“สำหรับความคืบหน้าของโครงการรถไฟทางคู่ทั้ง 2 โครงการ ขณะนี้ได้มีการเผยแพร่ร่างทีโออาร์ทางเว็บไซต์ และเปิดขายซองประกวดราคาแล้ว หลังจากนั้นจะเปิดให้มีการเสนอราคาด้วยวิธีการทางอิเล็คทรอนิกส์ ประมาณวันที่ 1 มีนาคม 2560 และลงนามในสัญญาได้ทั้งหมดภายในเดือนมีนาคม 2560 ส่วนโครงการรถไฟทางคู่อีก 3 โครงการที่อยู่ในแอ็คชั่นแพลนระยะที่ 1 คือ ช่วงนครปฐม-หัวหิน ช่วงหัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ และช่วงประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร มั่นใจว่าจะมีการลงนามและเริ่มก่อสร้างได้ภายในปีนี้” นายวุฒิชาติกล่าว
นายวุฒิชาติกล่าวว่า สำหรับโครงการรถไฟทางคู่อื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในการบันทึกข้อตกลงคุณธรรม ระหว่างการดำเนินงานในขั้นตอนต่างๆ จะให้มีการทำงานล้อไปกับโครงการรถไฟทางคู่ช่วงลพบุรี-ปากน้ำโพและช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ เพื่อสร้างมาตรฐานการทำงานให้มีความโปร่งใสและเป็นธรรม ควบคู่ไปกับการเสนอโครงการรถไฟทางคู่ทั้งหมด ให้อยู่ในบันทึกข้อตกลงคุณธรรมด้วย ซึ่งมองว่าจะช่วยยกระดับมาตรฐานการก่อสร้างให้มีความโปร่งใสได้

