เอกชนจี้รัฐล้อมคอกจีนอาศัยช่องโหว่หาประโยชน์ในไทย ชี้วีซ่าฟรียังต้องไปต่อ
นายธเนศ ศุภรสหัสรังสี นายกสมาคมสมาพันธ์ท่องเที่ยวชลบุรี เปิดเผยว่า จากการดำเนินวีซ่าฟรีประมาณ 2 เดือนกว่านั้น ประเมินเฉพาะตลาดจีน ยังไม่ได้ดันนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเที่ยวไทยได้มากกว่าปกติอย่างมีนัยยะสำคัญ แต่มีปัญหาการเข้ามาทำธุรกิจผิดกฎหมายของกลุ่มคนจีนที่เริ่มเห็นมากขึ้น อาทิ ชาวจีนที่ร่างกายพิการ ผิวหนังมีร่องรอยถูกเผาไหม้ เข้ามาขอทานในไทย มองว่าควรต้องพิจารณาวีซ่าฟรีในด้านใดเพิ่มเติมหรือไม่นั้น มองว่าขณะนี้เป็นช่วงที่เศรษฐกิจไทยยังไม่ได้ดีมากนัก ทำให้วีซ่าฟรียังจำเป็นต้องใช้อย่างต่อเนื่อง แต่ไม่อยากให้ภาครัฐเน้นมองไปในตลาดใดตลาดเดียวเป็นหลัก หรือมีขนาดใหญ่เท่านั้น และหากพูดตรงๆ ตลาดจีนตอนนี้ต่อให้ทำอะไรไปก็อาจไม่ได้เพิ่มมากขึ้น แต่ยืนยันว่าควรดำเนินวีซ่าฟรีต่อไป และต้องพิจารณาเพิ่มประเทศที่ให้วีซ่าฟรีด้วย จะต้องพิจารณาในประเทศที่มีศักยภาพมากกว่า แม้มีจำนวนไม่มาก แต่ขยายจำนวนประเทศให้ประเทศที่มีศักยภาพเหล่านั้น คนมีคุณภาพ สามารถใช้จ่ายต่อวันได้ดี น่าจะเห็นผลมากกว่า ส่วนเรื่องการแฝงตัวเข้ามาของกลุ่มชาวจีน มองว่าคนละกลุ่มกับนักท่องเที่ยว วีซ่าฟรีจึงควรดำเนินต่อไป แต่ภาครัฐจะต้องดูว่าต้องมีมาตรการอย่างไรในการสกรีนนักท่องเที่ยวแท้จริงออกจากกลุ่มคนที่ไม่ใช่นักท่องเที่ยว แต่เข้ามาสร้างปัญหาหรือเข้ามาหาผลประโยชน์จากประเทศไทย เหมือนรัสเซียที่ขยายวันพักในไทยได้ถึง 90 วัน กลุ่มคนที่อยู่เกิน 30 วันก็ไม่ใช่นักท่องเที่ยว แต่เป็นกลุ่มคนที่ตั้งใจเข้ามาอยู่เลยมากกว่า ซึ่งแยกออกจากนักท่องเที่ยวจริงๆ ต้องมีมาตรการป้องกันปราบปรามผู้ที่อาศัยช่องโหวเข้ามาทำอะไรไม่ดีในไทย
“ตลาดจีนที่เข้ามาเที่ยวไทยก็ยังมีอยู่ เป็นการเข้ามาเที่ยวเอง (เอฟไอที) ซึ่งมีการใช้สูงมากอยู่แล้ว เป็นกลุ่มคนมีเงิน ทำให้หากเรายังมีปัญหาเรื่องความปลอดภัย ภาพลักษณ์ถูกสื้อจีนกระจายออกไป นักท่องเที่ยวจีนก็จะไม่เลือกมาเที่ยวไทย เพราะสามารถเลือกไปเที่ยวยุโรป สหรัฐ หรือประเทศอื่นๆ แทนได้” นายธเนศ กล่าว
นายธเนศ กล่าวว่า การใช้จ่ายของตลาดจีนที่มองว่ามีการใช้จ่ายค่อนข้างสูงนั้น ต้องแยกส่วนออกจากอานิสงส์เชิงบวกที่ได้กับผู้ประกอบการทั่วไป เนื่องจากอาจไม่ได้รับมากนัก เพราะรูปแบบการท่องเที่ยวแบบทัวร์ จะมีการกำหนดเส้นทางท่องเที่ยว ทั้งการซื้อของหรือการเข้าใช้บริการร้านต่างๆ จะเป็นร้านที่มีเจ้าของจริงเป็นคนจีนด้วยกันเป็นส่วนใหญ่ โดยเวียดนามที่นิยมเข้ามาเที่ยวไทยผ่านทัวร์นำเที่ยว ขณะนี้พฤติกรรมการท่องเที่ยวคล้ายกับจีนที่เข้ามาเที่ยวไทยแบบคณะทัวร์ในอดีต ทำให้ตลาดที่ใช้จ่ายสูงและส่งเม็ดเงินถึงผู้ประกอบการคนไทยจริงๆ จะเป็นตลาดยุโรป รัสเซีย และอินเดียมากกว่า โดยเฉพาะอินเดียที่ปรับพฤติกรรมมาเที่ยวไทยแบบซื้อทางออนไลน์เองมากขึ้น มักจองเที่ยวแบบซ้ำสถานที่หากมีความชื่นชอบ รวมถึงมีวันพำนักยาวขึ้นเฉลี่ยประมาณ 6-7 คืนด้วย
นายธเนศ กล่าวว่า ตลาดที่คาดว่าสามารถพึ่งพาได้ ต้องแบ่งประเมินเป็นฤดูกาล อาทิ หน้าหนาวนี้ ต้องเน้นมองตลาดประเทศระยะไกล อาทิ เยอรมัน อังกฤษ รัสเซีย ฝรั่งเศส ที่รู้จักประเทศไทยดีมากและตัวเลขเข้ามาเที่ยวไทยได้มากอยู่แล้ว รวมถึงมีประเทศอื่นที่เริ่มเห็นแนวโน้มดี แม้ขนาดตลาดไม่ได้ใหญ่มากนัก อาทิ โปแลนด์ ที่ส่วนใหญ่เข้ามาเที่ยวไทย จะจองโรงแรมมีระดับ จองอาหารที่สามารถทานทุกอย่างในโรงแรมได้ตลอด 24 ชม. รวมเครื่องแอลกอฮอล์ ทำให้การใช้จ่ายต่อคนต่อวันรวมออกมาแล้วดูดีมาก จึงต้องมองตลาดดาวรุ่งเหล่านี้เพิ่มเติม ต้องทำงานมากขึ้น ขยันกว่าเดิม เพื่อให้มีนักท่องเที่ยวคุณภาพเข้ามามากขึ้น ส่วนนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซั่น) ก็ต้องเน้นมองตลาดระยะสั้นที่เข้ามาเที่ยวไทยได้สะดวก หรือออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ที่หนีหนาวเข้ามาเที่ยวไทยได้ ไม่สามารถทำการตลาดแบบเหวี่ยงแห่เหมือนเดิมแล้ว

