‘ม.หอการค้าฯ’ ชี้ลอยกระทงปี66 คึกคัก คาดเงินสะพัดแตะ 1 หมื่นล. ครั้งแรกในรอบ 8 ปี

23.11.23 | 12:56 น.

‘ม.หอการค้าฯ’ ชี้ลอยกระทงปี’66 คึกคัก คาดเงินสะพัดแตะ 1 หมื่นล. ครั้งแรกในรอบ 8 ปี สะท้อนศก.ไทยพ้นปากเหวโควิดแล้ว

เมื่อวันที่ 23 พ.ย.นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยถึงพฤติกรรมและการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงวันลอยกระทง และทัศนะต่อสถานการณ์ปัจจุบัน ว่า จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 1,240 ตัวอย่างทั่วประทศ ระหว่างวันที่ 14-20 พฤศจิกายน 2566 พบว่าเทศกาลลอยกระทงในปีนี้คึกคัก และคาดว่าจะมีเงินสะพัดกว่า 1 หมื่นล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3.3% หรือมีเงินสะพัดอยู่ที่ประมาณ 9.68 พันล้านบาท ซึ่งถือเป็นการกลับมาแตะระดับหมื่นล้านบาทเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี นับตั้งแต่ปี 2559-2566

นายธนวรรธน์ กล่าวอีกว่า จากการประเมินมูลค่าการใช้จ่ายในวันลอยกระทงปีนี้ สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนมีการจับจ่ายใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 แล้ว ซึ่งเมื่อปี 2562 มีเงินสะพัดอยู่ที่ 9.57 พันล้านบาท โดยคาดว่าในปีนี้จะมีประชาชนออกมาร่วมประเพณีลอยกระทงรวมกว่า 67.3% แบ่งเป็น ไปลอยและกิจกรรมอื่นๆ 39.4% ไปลอยอย่างเดียว 2.3% และไม่ลอยแต่ไปทำกิจกรรมอื่น 25.6% ซึ่งกลุ่มตัวอย่างมองว่าลอยกระทงในปีนี้จะสนุกมากกว่าเดิม และสนุกเท่าเดิมรวมกัน 85% เป็นผลมาจากเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว บวกกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่เตรียมทยอยออกมา ทำให้ประชาชนมั่นใจในการจับจ่ายมากขึ้น ส่วนกลุ่มตัวอย่างที่ไม่ลอยและยังไม่แน่ใจกว่า 32.7% มองว่าเศรษฐกิจยังไม่ดี จึงต้องประหยัดค่าใช้จ่าย

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า ส่วนในเรื่องของการประเมินตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (จีดีพี) ปี 2566 ทางศูนย์พยากรณ์ฯ ประเมินว่าจะอยู่ที่ 2.4-2.5% ซึ่งสอดคล้องกับภาครัฐที่ประเมินว่าทั้งปี 2566 จีดีพีจะเติบโตอยู่ที่ 2.5% แต่ทั้งนี้การประเมินต้องขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสที่ 4/2566 โดยทางศูนย์พยากรณ์ฯ คาดว่าเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสที่ 4/2566 จะเติบโตอยู่ที่ 3.5-4.5% ทั้งนี้ เมื่อเทียบการเติบโตของจีดีพีในช่วงโควิด-19 พบว่าในปี 2563 จีดีพีติดลบอยู่ที่ 6.1% ปี 2564 จีดีพีโต 1.5% ในปี 2565 จีดีพีโต 2.6% และหากในปี 2566 เติบโตอยู่ที่ 2.5% จะส่งผลให้จีดีพีในช่วง 3 ปีหลังจากช่วงการแพร่ระบาดรุนแรงของโควิด-19 เติบโตอยู่ที่ 6.6% ซึ่งเติบโตมากกว่าปี 2563 แล้ว ดังนั้น จากข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยพ้นปากเหวจากช่วงโควิดแล้ว

Advertisement

“แม้ตัวเลขเศรษฐกิจไทยจะดีขึ้น แต่ต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจอยู่ในช่วงซึมตัว แต่ในมุมมองของประชาชนมองว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 เนื่องจากในช่วงดังกล่าวธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีทิศทางชะลอการขึ้นดอกเบี้ย ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกมีโอกาสฟื้นตัวมากขึ้น เช่นเดียวกับเรื่องการส่งออก และภาคการท่องเที่ยวของไทยที่มีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงนโยบายของรัฐบาลไทยที่จะออกดิจิทัลวอลเล็ต มากระตุ้นเศรษฐกิจในเดือนพฤษภาคม 2567 ซึ่งจะมีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 จากปัจจัยเหล่านี้ทำให้ปี 2567 เศรษฐกิจไทยมีความโดดเด่น แต่ทั้งหมดนี้ต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ว่าจะให้นโยบายดิจิทัลผ่านหรือไม่ต่อไป”นายธนวรรธน์ กล่าว