ต.ค.66 ยอดขายกระบะลด 37.93% พิษหนี้ครัวเรือน-ไฟแนนซ์เข้ม หวังแจกเงินดิจิทัลอัดฉีด ศก.
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ปีนี้กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ตั้งเป้ายอดผลิตรถยนต์รวมทั้งประเทศ 1.85 ล้านคัน แบ่งเป็น การผลิตเพื่อส่งออก 1.05 ล้านคัน คาดได้ตามเป้าหมาย ขณะที่การผลิตเพื่อขายในประเทศ 8 แสนคัน ล่าสุดจากตัวเลขรถยนต์ตลอด10เดือนที่ผ่านมา (มกราคม-ตุลาคม2566) เห็นสัญญาณชัดเจนว่ายอดผลิตเพื่อขายในประเทศเป้าหมายมีรถบางชนิดขายลดลงมาก คือ รถกระบะ เฉพาะเดือนตุลาคม ลดลงถึง 37.93% เพราะสถาบันการเงินเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อเหตุจากหนี้ครัวเรือนไทยสูงถึง 90.6% ตลอดจนหนี้นอกระบบที่กดดันเศรษฐกิจไทย
อีกปัญหาคือยอดขายรถพีพีวีลดจากการที่รถเอสยูวีออกรถรุ่นใหม่หลายรุ่น และรถบรรทุกขายลดลงจากเศรษฐกิจชะลอตัวด้วยงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ที่ล่าช้าออกไป จนกระทบการลงทุนของภาครัฐ
รวมทั้งผลจากการส่งออกหลายสินค้ายังคงลดลงจนกระทบอำนาจซื้อ และหลายอุตสาหกรรมลดเวลาการทำงานลง นอกจากนี้ผลจากรถยนต์ไฟฟ้า100% หรือ บีอีวีที่รัฐบาลมีมาตรการ3.0 ให้นำเข้ามาขายในไทยพร้อมส่วนลดสูงสุด 1.5 แสนบาทต่อคัน ซึ่งตลาดตอบรับสูงมาก เดือนตุลาคมมีสัดส่วนบีอีวีถึง 12% ยังทำให้การผลิตรถยนต์เพื่อขายในประเทศได้รับผลกระทบ
“หากดูเฉพาะยอดขายในประเทศที่รวมรถนำเข้าเติบโตคาดถึง 8 แสนคัน แต่ถ้าเจาะจงยอดผลิตเพื่อขายเจอปัญหาหลายด้าน จนอาจกระทบยอดผลิตในภาพรวม อาจกระทบกับอันดับฐานผลิตไทยได้” นายสุรพงษ์กล่าว
นายสุรพงษ์กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน เพื่อให้สถาบันการเงินผ่อนคลาย และอยากให้เร่งรัดงบประมาณ 2567 นอกจากนี้อยากให้เดินหน้าโครงการแจกเงินดิจิทัล10,000บาทด้วยความรอบคอบ ทั่วถึง และเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง หากขั้นตอนทางกฎหมายสามารถทำได้เรื่องการกู้ อยากให้รัฐบาลทำรายละเอียดการใช้จ่ายที่เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และร้านค้าได้ประโยชน์ หากร้านค้าได้เงินแต่ไม่สามารถนำมาใช้จ่ายได้อาจทำให้ร้านค้าไม่อยากเข้าร่วม ทั้งนี้หากโครงการเงินดิจิทัลเดินหน้าสามารถกระตุ้นกำลังซื้อ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้จริง จะทำให้หลายอุตสาหกรรมได้อานิสงส์ จนทำส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไทยไปด้วย
“ผลจากงบ 67 ที่ล่าช้า ทำให้กลุ่มยานยนต์ยังไม่สามารถยอดผลิตรถยนต์ปี2567ได้ชัดเจนนัก จากปกติต้องพอประเมินตัวเลขได้แล้วและรอตัวเลขสุทธิของปีนี้มาคำนวณ ดังนั้นอยากให้รัฐบาลเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยด่วน” นายสุรพงษ์กล่าว
นายสุรพงษ์กล่าวว่า สำหรับยอดผลิตรถยนต์เดือนตุลาคม 2566 ทั้งสิ้น 158,734 คัน ลดลง 7.02% ลดลงจากการผลิตเพื่อส่งออก 3.57% เพราะฐานสูงในปีที่แล้ว และลดลงจากการผลิตเพื่อขายในประเทศ 11.65% จากการผลิตรถกระบะที่ลดลง 27.44% ตามยอดขายรถกระบะที่ลดลงถึง 37.93% ขณะที่ยอดขายตุลาคม 58,963 คัน ลดลง 8.75% และการส่งออกเดือนตุลาคม 105,726 คัน เพิ่มขึ้น 12.20% ขณะที่บีอีวีจดทะเบียนใหม่เดือนตุลาคม 2566 9,808 คัน เพิ่มขึ้น 400.41%

