นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค เปิดเผยว่า ปี 2560 บริษัทจะเดินหน้าขยายโครงข่ายซูเปอร์ 4 จี บนคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิร์ตซ์อย่างต่อเนื่อง ตั้งเป้าขยายโครงข่ายและสถานีเพิ่มขึ้นอีก 25% ครอบคลุมพื้นที่อำเภอทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ ด้วยงบลงทุน 70,000 ล้านบาท ตามแผนการลงทุน 3 ปี (2559-2561) ซึ่งปี 2559 ที่ผ่านมาใช้งบลงทุนไปแล้ว 20,000 ล้านบาท และตั้งเป้าเพิ่มสัญญาณภายในอาคารอีก 200 แห่ง พร้อมตั้งเป้าขยายโครงข่ายภายในอาคารรวม 1,000 แห่งภายในปี 2563 เพื่อรองรับพฤติกรรมการใช้งานอินเตอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือที่เปลี่ยนแปลงไปจากการใช้งานแอพพลิเคชั่น ทำให้การใช้งาน 4 จีเติบโตขึ้น โดยในปัจจุบันฐานลูกค้าดีแทคมีกว่า 25 ล้านราย แบ่งเป็นกลุ่มลูกค้ารายเดือน 4 ล้านราย และกลุ่มลูกค้าเติมเงินอีก 21 ล้านราย
นายลาร์สกล่าวว่า จากผลสำรวจปี 2559 ที่ผ่านมา พบว่าคนไทยจำนวน 66% ใช้งานอินเตอร์เน็ตบนมือถือมากกว่า 4 ชั่วโมง มียอดการใช้เฟซบุ๊กไลฟ์เพิ่มขึ้น 150% การโทรผ่านไลน์เติบโตเพิ่มขึ้น 200% ส่วนการใช้งานคอนเทนต์ต่างๆ เพิ่มขึ้นเช่นกัน การสตรีมมิ่งเติบโตเพิ่มขึ้น 157% จึงเห็นได้ว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ใช้งานอินเตอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์เพิ่มขึ้น ดังนั้น ปีนี้ดีแทคจะเพิ่มประสิทธิภาพหรือความเร็วของโครงข่ายเพิ่มขึ้น
“สำหรับการทำการตลาดปีนี้ บริษัททุ่มงบ 150 ล้านบาทจัดทำแคมเปญที่มี ‘อั้ม’-พัชราภา ไชยเชื้อ เป็นพรีเซ็นเตอร์ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ลื่นไหลกับดีแทค ซูเปอร์ 4 จี ถือเป็นครั้งแรกของดีแทคที่ทำตลาดโดยการใช้พรีเซ็นเตอร์ เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อโครงข่ายและการใช้งานอินเตอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือ เนื่องจากมั่นใจว่าอั้มสามารถเข้าถึงลูกค้าของดีแทคได้ทุกกลุ่มตั้งแต่ระดับรากหญ้าถึงระดับบน” นายลาร์สกล่าว
นายประเทศ ตันกุรานันท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเทคโนโลยี บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค เปิดเผยว่า การหมดสัญญาณสัมปทานคลื่นความถี่ 2,100 เมกะเฮิร์ตซ์ ในปี 2562 เบื้องต้นบริษัทได้เตรียมความพร้อมจะเข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่ในปี 2561 โดยจะนำประสบการณ์จากการเปิดประมูลคลื่นความถี่เมื่อปีที่ผ่านมามาเป็นข้อมูลเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น ทั้งนี้ มองว่าดีแทคจะสามารถบริหารความเสี่ยงได้

