นนทกร จิตตมานนท์กุล
สร้างตัวตน‘สะพานเชื่อมเทคโนโลยี’
นำพาคู่ค้า หลังหมดยุครถสันดาป สู่รถไฟฟ้า
เมื่ออุตสาหกรรมรถยนต์เปลี่ยนไป รถยนต์เครื่องสันดาปที่ใช้พลังงานน้ำมัน กำลังถูกเปลี่ยนไปเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ไม่แค่เปลี่ยนจากต้องเข้าไปเติมน้ำมันตามปั๊ม ก็เป็นการต้องหาเครื่องชาร์จตามสถานีเติมพลังงานไฟฟ้าแทนเท่านั้น ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ 1 คัน ต้องปรับเปลี่ยนไปด้วย ในวันนี้ธุรกิจที่ต้องเร่งปรับตัวครั้งใหญ่ คือ ธุรกิจอะไหล่และซ่อมบำรุงรถยนต์
วันหนึ่งได้นั่งพูดคุยกับ คุณแอมป์ นนทกร จิตตมานนท์กุล รองกรรมการผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด พี อี ออโต้เทรด จำกัด ผู้จำหน่ายอะไหล่รถยนต์รายใหญ่ในจังหวัดพิษณุโลก ธุรกิจหนึ่งในเครือบริษัท พี.อี.เทคนิค จำกัด และเป็นทายาทรุ่นที่ 3 โดยเปิดประเด็นยอมรับว่า “อุตสาหกรรมยานยนต์และห่วงโซ่ที่เกี่ยวข้อง กำลังเปลี่ยนครั้งใหญ่ หากไม่รู้ว่าจะปรับอย่างไร ก็นำไปสู่ปิดกิจการ”
แม้คุณแอมป์เป็นผู้บริหารอายุน้อย เพิ่งเข้าเลข 3 แต่ก็เป็นเด็กที่คลุกคลีกับธุรกิจที่บ้านตั้งแต่รุ่นปู่ หลังเรียนจบด้านวิศวกรรมอุตสาหการ ได้เข้ามาช่วยงานครอบครัวทันที ถึงวันนี้ก็เกิน 7 ปี ซึ่งมักขับเคลื่อนอยู่ด้านหลัง ดังนั้น เมื่ออุตสาหกรรมรถยนต์ทั่วโลกกำลังถูกเปลี่ยนโฉมครั้งใหญ่ คุณแอมป์ถือเป็น “ผู้นำ” ทีมสำคัญในองค์กรในการปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
คุณแอมป์เล่าย้อนหลังว่า บริษัท พี.อี.เทคนิค จำกัด ชื่อเดิม โรงงานลักษณ์เอ็นจิเนียริ่ง ก่อตั้งสมัยคุณปู่ เป็นบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ระบบไฟฟ้า โดยห้างหุ้นส่วนจำกัด พี อี ออโต้เทรด จำกัด เป็นผู้จำหน่าย ประเภท ไดชาร์จ, ไดสตาร์ต, คัตเอาต์, เฟรชเชอร์, ไทม์เมอร์, รีเลย์ เป็นต้น ภายใต้แบรนด์ REC และ
แบรนด์อื่นๆ ในประเทศ ก่อตั้งในปี 2528 จนถึงวันนี้ก็ 38 ปีแล้ว ซึ่งให้ความสำคัญไปพร้อมๆ กันทั้งผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐานสากล พัฒนาชิ้นส่วนยานยนต์ที่ตอบโจทย์ลูกค้า มีการสร้างแบรนด์สินค้าของตนเอง และสินค้าหรือระบบไฟฟ้าที่เป็นลิขสิทธิ์ของบริษัทเอง การทำตลาดก็เป็นทั้งผลิตสำเร็จรูปและจำหน่าย รับจ้างผลิตตามคำสั่งซื้อทั้งในและนอกประเทศ ทำให้เป็นที่รู้จักไปทั่วอาเซียน โดยเฉพาะมาเลเซีย สิงคโปร์ กัมพูชา เวียดนาม อินโดนีเซีย เมียนมา ลาว และขยายไปยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา
ซึ่งธุรกิจเติบโตมาต่อเนื่อง จนถึงส่งต่อถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน เมื่อมีฐานลูกค้าและความต้องการอะไหล่ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ก็เดินทางร่วมมือกับผู้ผลิตสินค้าแบรนด์ชั้นนำระดับโลกทำแบรนด์เองเพิ่มขึ้น อย่าง Lunch PE ซึ่งได้รับอนุญาตจากเจ้าของแบรนด์ซึ่งอยู่ที่เซินเจิ้นในจีน จากเดิมเป็นแค่ผู้นำเข้า ทั้งนี้ เราพัฒนาสินค้าและแตกไลน์สินค้าเพิ่มเรื่อยๆ อย่าง เครื่องสแกนรถยนต์และอุปกรณ์ยานยนต์ Launch PE อะไหล่ระบบไฟฟ้ารถยนต์ REC เป็นตัวแทนจำหน่ายอะไหล่ BOSCH, BM, LOBSTER, VEGA Battery, FREEMAX Battery ตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์ เครื่องสแกน LAUNCH เป็นต้น
“ทิศทางรถยนต์พลังงงานไฟฟ้าหรืออีวี ในบ้านเราไม่ได้เปลี่ยน 100% ผมเชื่อว่ารถไฮบริดเป็นเทรนด์มากกว่า และมีมานานแล้วหลายปี ซึ่งจะมีทดแทนเครื่องยนต์สันดาปไปเรื่อยๆ โดยช่วงเปลี่ยนถ่าย ไม่ว่าจะอะไหล่ อุปกรณ์ เครื่องยนต์ ศูนย์ซ่อมรถซึ่งเป็นลูกค้าหลักของเราก็ต้องปรับตัว หลายครั้งที่ลูกค้าใช้รถอีวีหรือไฮบริด หรืออู่ซ่อมรถ เจอปัญหาจากรถรุ่นใหม่ แล้วไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร โทรมาหาเรา อู่ซ่อมรถทั่วไปวันนี้จำนวนมากยังเรียนรู้ไม่ทัน ทำให้ว่า ไม่แค่ต้องปรับตัวสินค้า แต่ด้านบริการก็ต้องเรียนรู้และปรับตัวด้วย”
คุณแอมป์จึงเป็นอีกกำลังสำคัญ “ชี้นำ” ให้พันธมิตรและลูกค้าต่างๆ ไม่ถอดใจต่อธุรกิจที่ทำอยู่ โดยเฉพาะอู่ซ่อมรถทั่วไป ที่ยังไม่ฟื้นตัวจากผลกระทบการแพร่ระบาดของโควิด ที่ขาดรายได้มานาน ยังแบกรับต้นทุนหนี้สะสม และรัฐบาลผลักดันการผลิตการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้เร็วและมากสุด
“จุดเด่นของกิจการที่เรายึดมาตลอด คือ เป็นกิจการที่ต้องใช้ความชำนาญเฉพาะทาง และมีอุปกรณ์ไฟฟ้ารถยนต์ที่ครบครัน เมื่อทิศทางอะไรเปลี่ยนก็ต้องเปลี่ยน และต้องแบ่งปันองค์ความรู้ให้กับคู่ค้าโดยการจัดอบรมสัมมนาด้านคุณสมบัติทางเทคนิค เทคโนโลยีของผลิตภัณฑ์การใช้งาน การติดตั้งและบำรุงรักษาเพื่อเพิ่มทักษะความรู้ให้กับผู้ประกอบการ ร้านขายอะไหล่รถยนต์ ร้านไดนาโม-แอร์รถยนต์-แบตเตอรี่, ช่างซ่อม-อู่ซ่อมรถยนต์ ประกอบกับผมจบวิศวอุตสาหการ บวกแมนเนจเมนต์นิดหนึ่ง ผมชอบโปรดักชั่น ส่วนตัวจึงทำภาพยนตร์โฆษณา เอามาผสมกันเพื่อการโปรโมต คนรู้จักทั้งในออนไลน์และเปิดศูนย์อบรมที่โรงงาน โดยทำหลักสูตรเรียนรู้ไปพร้อมกัน 2 ระบบ คือ ไฮบริด กับ อีวี เราไม่ทิ้งลูกค้าเดิมๆ ที่ชำนาญสันดาป มาเสริมความรู้ซ่อมรถแบบใหม่ๆ ด้วย ตอนนี้ผมกับทีมงาน กำลังทำต้นแบบรถยนต์รุ่นเก่าแบบสันดาป มาเป็นอีวี เพื่อใช้อบรม อาจเปิดบริการได้ในอนาคต เพราะเชื่อว่าอาจมีคนไม่อยากซื้อใหม่ แต่นำรถเก่ามาปรับเครื่องยนต์ใหม่แทน การสื่อสารที่ออกไป ตั้งวิสัยทัศน์ร่วมกันจะให้ความรู้ คู่กันทั้งสินค้าใหม่ การอบรมความรู้เทคโนโลยี ซึ่งต้องมีคนอัพเดต มีช่างแนะนำ เพียงเปิดฝากระโปรงก็ให้รู้ว่าต้องซ่อมรถลูกค้าอย่างไร ตัวแทนจำหน่ายเราเอง ต่อไปจะขายสินค้าอย่างเดียวไม่พอแล้ว ต้องเรียนรู้เรื่องพวกนี้ไปด้วย แนวคิดแบบนี้ พูดได้ว่าเราเป็นรายแรกๆ ที่ทำขึ้น และมั่นใจครบวงจรทั้งมีสินค้าเทคโนโลยีใหม่รองรับอุตสาหกรรมรถยนต์ยุคใหม่ ยังควรรู้จริงที่จะพัฒนาไปพร้อมกับคู่ค้าและลูกค้าของเรา อบรมจะใช้เวลา 2 เดือน มีการสอนแนวทาง วิธีการซ่อม ปีหน้าเราจะเปิดสอนเรื่อง อีวี เป็นการเฉพาะ”
คุณแอมป์เสริมอีกว่า “เรามีหลักสูตรฟรีสอน ไม่ต้องซื้อของก็มาอบรมได้ เน้นอัพเกรดช่างอู่ ให้ตระหนักถึงปัญหา ซึ่งไม่น้อยจะเป็นเจนคุณพ่อ เจนผมก็มีบ้าง น่าใจหายคือรุ่นคุณพ่อเตรียมปิดกิจการ เราจึงอยากเป็นแรงบันดาลใจ ให้ไม่แค่ปรับตัว ต้องลองสินค้าและอบรมด้านเทคโนโลยี ตอนนี้เราสามารถแชร์ได้ เรื่องอีวี ที่มองเราจะเป็นโซลูชั่นสำหรับคนที่สนใจ รู้แนวทางจะซ่อมอย่างไร อีวีใช้ไปนานๆ แบตเตอรี่จะเสื่อม ก็เน้นเช็กแบตเตอรี่อย่างไร การรื้อเปลี่ยนแบตเตอรี่ ที่ค่อนข้างซับซ้อน โดยเฉพาะแบรนด์จีน ตอนนี้เป็นลูกค้าให้บริการ 70% ซื้อสินค้า 30% ซึ่งเราจะทำใบประกาศ เพื่อให้ลูกค้ารู้ว่าใช้ของมีมาตรฐาน ตอนนี้ก็มีของหิ้วเข้ามาแยะ ลูกค้าเสี่ยง หรือจีนเองก็มักจะตั้งตัวแทนซ้ำซ้อนแถมยังไม่มีบริการหรือรับรู้คุณภาพ เราเองที่มีหลายยี่ห้อเป็นตัวแทนขาย ก็มีปัญหา จึงต้องสร้างให้แตกต่างว่าซื้อที่เราและใช้บริการจากเครือข่ายหรือลูกค้าเรามีมาตรฐานแน่นอน ตอนนี้มีอู่ซ่อมรถที่เป็นลูกค้าเรากว่า 2 พันราย ในบางภูมิภาคเจอปัญหาแยะขึ้น อย่างมีลูกค้าจากลาวตีรถมาพิษณุโลก เพราะประเทศเขามีรถอีวีเกลื่อน แต่ซ่อมหรือหาอะไหล่ไม่ได้ ตรงมาหาเรา ให้เราไปสอนก็มี”
มองอนาคตอย่างไร!!
“ผมคาดหวังว่าในส่วนแบรนด์ Lunch PE ในอีก 5 ปีข้างหน้าไปทางอีวีมากขึ้น เป็นออโตโซลูชั่น และรายได้รวมจะเติบโตต่อเนื่อง ปี 2566 ตั้งไว้ 130 ล้านบาท และเชื่อว่านับจากปี 2567 รายได้จะโตแบบก้าวกระโดด ทั้งจากอีวีและไฮบริด แต่จำนวนช่างซ่อมหรืออู่บริการยังไม่ก้าวกระโดด แต่เตรียมไว้ในอนาคต ซึ่งประเด็นที่ฝากถึงรัฐบาลคือ ส่งเสริมธุรกิจเอสเอ็มอีอย่างต่อเนื่อง และการส่งเสริมสตาร์ตอัพ วันนี้จะลงทุนและทำการค้าไม่ง่าย ยังเผชิญกับแหล่งทุน เราได้การสนับสนุนค้ำประกันกู้จากบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) และผมโชคดีมีธุรกิจรุ่นปู่รุ่นพ่อ มีพี่สาวเป็นพี่เลี้ยงและกุนซือการทำงาน”
ทำให้เขาซึ่งเป็นลูกชายคนเดียวกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง และทำตามฝัน แต่หากเป็นเด็กจบใหม่ก็ไม่กล้าทำธรุกิจ เพราะติดขัดเรื่องขาดเงินทุน ต้นทุนสูง ไม่ว่าจะดอกเบี้ย ค่าแรงขั้นต่ำจะปรับขึ้น กำลังซื้อทั่วไปไม่ได้ดีมากนัก
ทายาทรุ่น 3 คนนี้ เผยถึงปรัชญาการทำงาน “รุ่นผม ธุรกิจเราอีก 3-5 ปีข้างหน้า มองตัวเราเป็นคนกลาง เป็นตัวแทน เป็นสะพานเชื่อมให้ลูกค้าเท่าทันเทคโนโลยี และก้าวไปพร้อมกับแตกธุรกิจใหม่ แบบจับมือธุรกิจต่อธุรกิจ (บีทูบี) เพราะเมื่อลูกค้าอยู่ได้ เราก็อยู่ได้”
เชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งบริษัท จะมีบทบาทนำพาคู่ค้า ผ่านการปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์สู่รถไฟฟ้า แทนรถสันดาปที่กำลังตกยุค
นวลนิตย์ บัวด้วง

