ผลงานชิ้นโบแดง รบ.ส่งท้ายปี กดสวิตช์รถไฟฟ้าเชื่อมเมือง เฉือนเนื้อหั่นค่าโดยสาร!!

27.11.23 | 14:17 น.
ผลงานชิ้นโบแดง รบ.ส่งท้ายปี กดสวิตช์รถไฟฟ้าเชื่อมเมือง เฉือนเนื้อหั่นค่าโดยสาร!!

ปี 2566 ถือเป็นอีกหนึ่งปีแห่งความเปลี่ยนแปลงทางด้านการคมนาคมของประเทศ เพราะปีนี้มีรถไฟฟ้าถึง 2 เส้นทางเปิดให้บริการ ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้ามหานครสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง และโครงการรถไฟฟ้ามหานครสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี ที่เปิดให้ทดลองนั่งฟรีไปสดๆ ร้อนๆ เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

เมื่อความเจริญเข้ามา ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่ตามมาคือเรื่องค่าครองชีพที่ประชาชนต้องแบกรับสูงขึ้น

⦁ยันเดินหน้า 20 บาทตลอดสายต่อ

จากความกังวลดังกล่าว สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จึงเดินหน้าลดค่าครองชีพของประชาชน ระบุว่า เป็นหนึ่งในเป้าหมายของรัฐบาลเศรษฐา 1 โดยบรรจุนโยบายรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาทตลอดสายเป็นเรื่องต้องทำเร่งด่วนใน 100 วัน กระทรวงคมนาคมได้นำร่องเปิดให้บริการอัตราดังกล่าว 2 เส้นทาง ได้แก่ สายสีม่วงสถานีคลองบางไผ่-สถานีเตาปูน และสายสีแดง สถานีกลางบางซื่อ-รังสิต มีประชาชนใช้บริการทั้ง 2 เส้นทาง รวม 1.01 แสนคน-เที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้นจากช่วงปกติที่ผู้โดยสารใช้บริการอยู่ที่ 9.6 หมื่นคน-เที่ยวต่อวัน

ปัจจุบันนโยบายนี้ดำเนินมากว่า 1 เดือนแล้ว แต่ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าการจัดทำนโยบายดังกล่าวทำให้ภาครัฐต้องขาดทุนกว่า 7.4 ล้านบาทต่อวัน ประเด็นนี้ยืนยันว่ากระทรวงได้มีการวิเคราะห์ตัวเลขรายได้ของรถไฟฟ้าสายสีแดงและสายสีม่วงที่ลดลงไว้แล้ว และปัจจุบันยังคงอยู่ในกรอบงบประมาณที่กระทรวงคมนาคมตั้งไว้ ดังนั้น กระทรวงจะเดินหน้านโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ในรถไฟฟ้าสายสีอื่นๆ ต่อไป

Advertisement

นโยบายค่าโดยสารสูงสุด 20 บาทตลอดสายเป็นนโยบายของรัฐบาล และเป็นนโยบายที่พรรคเพื่อไทยหาเสียงไว้ในการเลือกตั้ง ทำภายใน2 ปี หลังจากนี้จะพยายามดำเนินการกับรถไฟฟ้าสายสีอื่นๆ ให้ได้ โดยกระทรวงอยู่ระหว่างจัดตั้งคณะทำงาน เพื่อเจรจากับเอกชนผู้รับสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ

เมื่อวิเคราะห์ประโยชน์จากนโยบายนี้จะมีส่วนช่วยให้การเดินทางโดยรถยนต์ลดลง ลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ส่งเสริมประชาชนใช้ระบบรางมากขึ้น คำนวณเป็นมูลค่าจะคุ้มค่ามากกว่าเรื่องรายได้ 2 สายที่ลดลง

⦁เอกชนรอรัฐเจรจาหั่นค่าโดยสาร

อีกประเด็นน่าสนใจคือ ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีชมพูปัจจุบันยังไม่มีการเรียกเก็บค่าบริการ เบื้องต้นคาดว่าจะเริ่มเก็บค่าบริการ หรือเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ในวันที่ 3 มกราคม 2567 อัตราค่าโดยสารอยู่ที่ 15-45 บาท อัตราดังกล่าวผู้ให้บริการอย่างบริษัท นอร์ทเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด (กลุ่มบีทีเอส) ได้คำนวณในส่วนของต้นทุนและค่าเฉลี่ยตามดัชนีผู้บริโภคแล้ว แต่สภาผู้บริโภคเห็นว่าค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีชมพูเป็นราคาที่สูงเกินกว่าที่ผู้บริโภคจะแบกรับไหว และแนะนำให้เก็บค่าโดยสารไม่เกิน 20 บาทต่อเที่ยว เช่นเดียวกับสายสีแดงและสายสีน้ำเงิน

ประเด็นดังกล่าว สุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการบริษัท นอร์ทเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด (เอ็นบีเอ็ม) ผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้าสายสีชมพู ชี้แจงว่า นโยบายรัฐบาลเรื่องการจัดเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาทตลอดสาย จนถึงขณะนี้กระทรวงคมนาคมยังไม่ได้ติดต่อมาขอเจรจากับบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอสซี และยืนยันว่าบริษัทพร้อมที่จะหารือกับรัฐบาลและเตรียมแนวทางที่จะเจรจาไว้อยู่แล้ว แต่ขอให้เน้นข้อเท็จจริงแบบตรงไปตรงมา

⦁เคาะปี’67เริ่มเก็บเงินสายสีเขียว

เมื่อพูดถึงเรื่องค่าโดยสาร รถไฟฟ้าอีกสีที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ รถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายที่ 2 ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต หลังจากเปิดให้บริการฟรีมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2563 หรือเป็นเวลากว่า 3 ปีแล้ว ล่าสุด ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ระบุว่า กทม.มีกำหนดเริ่มจัดเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายที่ 2 ในอัตรา 15 บาทตลอดสาย ช่วงกลางเดือนมกราคม 2567 เพื่อจะนำรายได้ค่าโดยสารส่วนนี้มาชำระให้กับเอกชนในบางส่วนที่ไม่ได้อยู่ในกรอบช่วงเวลาของข้อพิพาท เพื่อทำให้หนี้ค่าจ้างเดินรถไม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ในส่วนของกระบวนการจัดเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายที่ 2 ปัจจุบัน กทม.ทำหนังสือขอความเห็นมายังกระทรวงคมนาคม พร้อมหารือในแนวทางจัดเก็บค่าโดยสารแล้ว ซึ่งกระทรวงคมนาคมไม่มีปัญหาติดขัด หลังจากนี้จะเป็นขั้นตอนออกประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่องกำหนดค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียว เพื่อแจ้งให้ประชาชนทราบล่วงหน้า 30 วันก่อนเริ่มจัดเก็บค่าโดยสาร ปัจจุบันเอกชนผู้รับจ้างเดินรถอยู่ระหว่างเตรียมติดตั้งระบบหัวอ่านจัดเก็บค่าโดยสาร หาก กทม.ออกประกาศจัดเก็บค่าโดยสารในช่วงกลางเดือนธันวาคมนี้ จะใช้เวลาติดตั้งระบบแล้วเสร็จพอดี เริ่มจัดเก็บค่าโดยสารได้หลังปีใหม่ ในกลางเดือนมกราคม 2567 ต่อไป

⦁ผุดแนวคิดเก็บค่าโดยสารตามโซน

ปิดท้ายด้วยแนวคิดใหม่จากกรมการขนส่งทางราง (ขร.) โดย อธิภู จิตรานุเคราะห์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางราง เสนอว่า ปัญหาอัตราค่าโดยสารในปัจจุบันมักจะเป็นปัญหาให้มีข้อถกเถียงกันตลอด กรมจึงมีแนวคิดอัตราค่าโดยสารตามพื้นที่ (Zone fare) หากอยู่ในโซนแรกจะคิดอัตราค่าโดยสาร 20 บาท อาทิ โซนของสายสีน้ำเงินในปัจจุบันที่มีคนเดินทาง 70% ของคนกรุงเทพฯ โซนที่ 2 คิดอัตราค่าโดยสาร 25 บาท และโซนที่ 3 คิดอัตราค่าโดยสาร 30 บาท

ทั้งหมดนี้ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการศึกษา คาดว่าจะจัดทำเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเสนอรัฐบาลภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 แต่ปัจจุบันยังไม่มีการตั้งคณะกรรมการกรมการขนส่งทางราง เรื่องดังกล่าวเป็นหนึ่งในหมวดของร่างพระราชบัญญัติขนส่งทางราง พ.ศ. … ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการเสนอของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทำให้ไม่สามารถพิจารณาเรื่องดังกล่าวได้ แต่หากทุกอย่างผ่านตามขบวนการแล้วก็พร้อมเสนอตามระยะเวลาที่กำหนดไว้

การกดค่าโดยสารเพื่อลดค่าครองชีพช่วงเศรษฐกิจซึมตัวแบบนี้ ถือเป็นโจทย์หินของรัฐบาลว่าการเฉือนเนื้อหั่นราคารถไฟฟ้าครั้งนี้จะเข้าเป้า หรือต้องขาดทุนจนหลังแอ่นเสียก่อน!!