หน้าแรก เศรษฐกิจ ส่งออก ต.ค. บ...

ส่งออก ต.ค. บวกต่อ โต 8% สูงสุดในรอบ 13 เดือน พณ.คาด 2 เดือนสุดท้ายยังบวก

27.11.23 | 13:50 น.

ส่งออก ต.ค. บวกต่อ โต 8% สูงสุดในรอบ 13 เดือน พณ.คาด 2 เดือนสุดท้ายยังบวก ผู้ส่งออกมอง Q4 โต 7% ช่วยทั้งปี 66 ลบเหลือ 1%

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน นายกีรติ รัชโน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกเดือนตุลาคม 2566 มีมูลค่า 23,578.8 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 8% เป็นบวกต่อเนื่อง 3 เดือนติดต่อกัน และสูงสุดในรอบ 13 เดือน นับจากเดือนกันยายน 2565 เมื่อคิดเป็นเงินบาทมีมูลค่า 841,365.8 ล้านบาท การนำเข้ามีมูลค่า 24,411.1 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 10.2% คิดเป็นเงินบาทมูลค่า 881,124.2 ล้านบาท ขาดดุลการค้ามูลค่า 832.3 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินบาทมูลค่า 39,758.4 ล้านบาท รวมการส่งออก 10 เดือนของปี 2566 (มกราคม-ตุลาคม) มีมูลค่า 236,648.2 ล้านเหรียญสหรัฐ ลด 2.7% คิดเป็นเงินบาท มูลค่า 8,109,765.6 ล้านบาท นำเข้ามูลค่า 243,313.2 ล้านเหรียญสหรัฐ ลด 4.6% คิดเป็นเงินบาท มูลค่า 8,439267.8 ล้านบาท ขาดดุลการค้า มูลค่า 6,665.0 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินบาท มูลค่า 329,502.1 ล้านบาท

สำหรับการส่งออกที่เพิ่มขึ้น มาจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร 9.3% ขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือน โดยสินค้าเกษตร เพิ่ม 12.3% ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร เพิ่ม 5.9% ขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือน สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น ข้าว เพิ่ม 37.7% ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง เพิ่ม 4.8% ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง เพิ่ม 44.6% อาหารสุนัขและแมว เพิ่ม 5.5% ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ เพิ่ม 20% ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง เพิ่ม 9.6% สิ่งปรุงรสอาหาร เพิ่ม 29.4% ผักกระป๋องและผักแปรรูป เพิ่ม 19.4% ส่วนสินค้าสำคัญที่ลดลง เช่น ยางพารา ลด 5.4% อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ลด 5.6% ไก่แปรรูป ลด 2.2% น้ำตาลทราย ลด 24.9% ทั้งนี้ 10 เดือนของปี 2566 การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ลด 1%

ส่วนสินค้าอุตสาหกรรม เพิ่ม 5.4% สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เพิ่ม 9% อัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) เพิ่ม 8.7% เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เพิ่ม 15.1% อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์ และไดโอด เพิ่ม 27.3% หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ เพิ่ม 38.5% ส่วนสินค้าสำคัญที่ลดลง เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ลด 4.2% แผงวงจรไฟฟ้า ลด 4.6% เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ลด 34.2% รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ ลด 19.5% ทั้งนี้ 10 เดือนของปี 2566 การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ลด 2.8%

ทางด้านการส่งออกไปยังหลายตลาดสำคัญมีสัญญาณการฟื้นตัว โดยตลาดหลัก เพิ่ม 5.1% โดยตลาดสหรัฐฯ เพิ่ม 13.8% จีน เพิ่ม 3.4% และอาเซียน (5) เพิ่ม 16.5% ส่วนญี่ปุ่น สหภาพยุโรป (27) และ CLMV ลด 1.1% 1.4% และ 9.7% ตามลำดับ ตลาดรอง เพิ่ม 10.6% โดยขยายตัวในตลาดเอเชียใต้ 7.2% ทวีปออสเตรเลีย 13.7% แอฟริกา 24.5% ลาตินอเมริกา 8.6% และรัสเซียและกลุ่ม CIS 77.2% ส่วนตะวันออกกลางและสหราชอาณาจักร ลด 3% และ 11.4% ขณะที่ตลาดอื่น ๆ เพิ่ม 109.6% เช่น สวิตเซอร์แลนด์ เพิ่ม 135.1%

Advertisement

นายกีรติ กล่าวว่า แนวโน้มการส่งออกในช่วงที่เหลืออีก 2 เดือนของปีนี้ พ.ย.-ธ.ค.2566 คาดว่าจะยังขยายตัวเป็นบวกได้ และจะทำให้การส่งออกของไทยในปีนี้ ติดลบน้อยลงจากปัจจุบันที่ 10 เดือน ติดลบ 2.7% โดยคาดว่าจะติดลบประมาณ 1% หรือ 1% นิด ๆ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าที่หลายสำนักได้คาดการณ์เอาไว้ แต่จะให้กลับมาเป็นบวก คงยาก เพราะได้ทำอย่างเต็มที่แล้ว โดยเฉพาะการร่วมมือกับภาคเอกชนในการบุกเจาะตลาด การแก้ไขปัญหาทางการค้า ทำให้การส่งออกฟื้นตัวดีขึ้นมาได้ต่อเนื่อง

ส่วนเป้าหมายการส่งออกปี 2567 เบื้องต้นได้กำหนดไว้ที่ประมาณ 2% หลังจากที่ได้มีการหารือร่วมกับภาคเอกชน และผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) ที่ประจำอยู่ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกแล้ว แต่ตัวเลขที่เป็นเป้าหมายจริง ต้องรอผลการส่งออกที่เหลืออีก 2 เดือนออกมาก่อน น่าจะประกาศได้ประมาณเดือนม.ค.2567

นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ได้ส่งผลต่อการส่งออกอย่างเห็นได้ชัด ทำให้การส่งออกเป็นบวกมาได้ 3 เดือนติดต่อกันแล้ว และเอกชนก็มั่นใจว่าการส่งออกอีก 2 เดือนที่เหลือ จะเป็นบวกได้ต่อเนื่อง และดีขึ้นไปจนถึงปีหน้า

“โดยคาดว่าการส่งออกไตรมาส 4 น่าจะบวกได้ถึง 7% ทำให้ยอดทั้งปีเหลือติดลบ 1%” นายชัยชาญ กล่าว