หน้าแรก เศรษฐกิจ รมช.คลัง เผยภ...

รมช.คลัง เผยภาคท่องเที่ยวปี’67 ใกล้เคียงก่อนโควิด ยันเศรษฐกิจไทย มีเสถียรภาพดี

27.11.23 | 18:11 น.

รมช.คลัง เผยภาคท่องเที่ยวปี’67 ใกล้เคียง ก่อนโควิด ยันเศรษฐกิจไทย มีเสถียรภาพดี

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในงานเสวนา “ปากท้องคนไทยจะเป็นอย่างไรในปี 2567” รดน้ำที่ราก เพื่อให้ต้นไม้งอกงามทั้งต้นว่า ทิศทางของเศรษฐกิจไทยในปี 2567 ต้องจับตาปัจจัยแวดล้อมที่มีผลต่อเศรษฐกิจ เริ่มจากเศรษฐกิจโลก ที่ทุกท่านคงจะทราบดีว่า กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) คาดว่า เศรษฐกิจโลกจากการทำนายปี 2566 จะเติบโตที่ 3% แต่ปี 2567 มีแนวโน้มว่าจะโตลดลงเหลือ 2.9% ต่อปี ซึ่งจะมีผลให้ภาคการท่องเที่ยวของไทยฟื้นตัวช้าลงไปด้วย

นายกฤษฎากล่าวว่า ปัจจุบันภาคการท่องเที่ยวของไทยก็ยังไม่ได้ฟื้นตัวเหมือนช่วงก่อนโควิด-19 ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยว 40 ล้านคนต่อปี ส่วนในปี 2566 นี้ คาดว่าจะได้ 27-28 ล้านคน สำหรับปี 2567 จะเริ่มฟื้นตัวใกล้เคียงก่อนโควิดได้ โดยคาดว่าท่องเที่ยวน่าจะได้ 34 ล้านคน

นายกฤษฎากล่าวว่า ทั้งนี้ การเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2567 คาดว่าจะโตได้กว่า 3% ต่อปี ซึ่งยังไม่ได้รวมถึงมาตรการต่างๆ ของภาครัฐจะออกมา นอกจากนี้ ยังดูเครื่องจักรตัวอื่นๆ ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วย ไม่ว่าเป็นเรื่องการใช้จ่ายของภาครัฐจากงบประมาณปี 2567 ที่ออกมาล่าช้า คาดว่าจะได้ออกมาใช้จ่ายได้ประมาณปลายเมษายน หรือพฤษภาคม 2567

นายกฤษฎากล่าวว่า ส่วนความเสี่ยงเศรษฐกิจ อาทิ 1.ปัญหาความขัดแย้งด้านภูมิศาสตร์ เศรษฐกิจโลกตึงตัว ดอกเบี้ยสูง และปัจจัยความเสี่ยงโครงสร้าง เช่น การเข้าสู่ภาวะสูงวัย นำไปสู่การขาดแคลนแรงงาน 2.เรื่องของเม็ดเงินลงทุนในการลงทุนของภาครัฐ ที่เห็นว่า ลดลงอยู่ที่ 25% ต่อจีดีพี มานานกว่า 20 ปีแล้ว และ 3.หนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง 90% ต่อจีดีพี ซึ่งก็อยู่ในความสนใจของรัฐบาลที่พยายามแก้ไข โดยเตรียมจะออกมาตรการต่างๆ มาแก้ไขภายในเร็วๆ นี้

Advertisement

“อย่างไรก็ดี หากมาดูมุมมองในประเทศ ถือว่าเสถียรภาพเศรษฐกิจของไทยยังอยู่ในระดับที่ดี เงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำกว่ากลุ่มประเทศในอาเซียน สำหรับอัตราเงินเฟ้อ ในปี 2567 คาดว่าจะอยู่ที่ 1.5% ต่อปี สำหรับเสถียรภาพด้านการคลัง ไม่ต้องเป็นห่วง เงินกองทุนต่อระบบสินทรัพย์เสี่ยงสถาบันการเงินของไทยอยู่ในฐานะแข็งแกร่งมาก โดย ณ สิ้นไตรมาส/2566 อยู่ที่ 19.9% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดไว้ที่ 8.5% ส่วนระดับหนี้สาธารณะต่อจีดีพีของไทยอยู่ 62% ยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง 70%” นายกฤษฎากล่าว