‘ปีไก่ทอง’ปีทองเนื้อนมไข่

17.01.17 | 14:41 น.
น.สพ.อภัย สุทธิสังข์

นายสัตวแพทย์อภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ได้ปรับแผนขับเคลื่อนการดำเนินงานของกรมฯให้สอดรับกับนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่กำหนดให้ “ปี 2560 เป็นปีแห่งการยกระดับมาตรฐานการเกษตรสู่ความอย่างยั่งยืน” โดยมีเป้าหมายที่จะพัฒนาฟาร์มเลี้ยงสัตว์เข้าสู่มาตรฐานจีเอพีเพิ่มขึ้น ทั้งฟาร์มโคนม โคเนื้อ ไก่เนื้อ ไก่ไข่ เป็ดเนื้อ และสุกร พร้อมส่งเสริมและพัฒนาโรงฆ่าสัตว์สู่มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด ในเรื่องการตรวจสอบและให้การรับรอง จีเอ็มพี/เอชเอซีซีพี 80 แห่ง การตรวจติดตามโรงฆ่าสัตว์ที่ได้รับใบอนุญาต (ฆจส. 2) 2,235 แห่ง และฝึกอบรมผู้ประกอบการ 300 คน และพนักงานตรวจโรคสัตว์ 500 คน

นายสัตวแพทย์อภัยกล่าวว่า นอกจากนี้ ยังปรับปรุง พ.ร.บ.ควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ (ฉบับใหม่) โดยใบอนุญาตโรงฆ่าสัตว์จะมีอายุ 5 ปี หากโรงฆ่าสัตว์ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่ปรับปรุงจะไม่ได้รับการต่อใบอนุญาตหรือถูกเพิกถอนใบอนุญาต การดำเนินโครงการ “ปศุสัตว์ OK” เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตเนื้อสัตว์ โดยสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์ “ปศุสัตว์ โอเค” ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าเนื้อสัตว์มาจากโรงฆ่าสัตว์ที่มีมาตรฐาน และผลิตจากฟาร์มมาตรฐานจีเอพี ซึ่งในปี 2559 ที่ผ่านมารับรองสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์ได้ถึง 2,616 แห่ง จากที่ตั้งเป้าหมายไว้ 2,000 แห่ง และปี 2560 ตั้งเป้าเพิ่มอีก 2,000 แห่ง รวม 4,616 แห่ง ทั้งนี้ ในปี 2560 ประเทศไทยจะต้องไม่มีโรงฆ่าสัตว์เถื่อนอีกต่อไป ส่วนในปี 2562 โรงฆ่าสัตว์ขนาดใหญ่จะต้องเข้าสู่มาตรฐานจีเอ็มพีทั้งหมด รวมทั้งโรงฆ่าสัตว์ขนาดเล็กและขนาดกลาง จะปรับปรุงและพัฒนายกระดับเข้าสู่มาตรฐานตามกฎหมายทั้งหมดภายในปี 2564 เพื่อเตรียมพร้อมและรองรับต่อการแข่งขันที่จะเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต

นายสัตวแพทย์อภัยกล่าวว่า สำหรับการส่งออกสินค้าปศุสัตว์ปี 2560 คาดว่าปีนี้การส่งออกสินค้าเนื้อไก่สด และไก่สดแช่เย็น/แช่แข็งมีแนวโน้มค่อนข้างดี เนื่องจากไทยสามารถผลักดันเปิดตลาดส่งออกผลิตภัณฑ์ไก่สดไปสาธารณรัฐเกาหลีได้ครั้งแรกในรอบ 12 ปี โดยมีโรงงานไก่สดแช่เย็น/แช่แข็ง ของไทย จำนวน 12 โรงงานที่ส่งออกได้ ซึ่งในปี 2560 คาดว่าจะสามารถส่งเนื้อไก่สดไปยังสาธารณรัฐเกาหลีได้ไม่น้อยกว่า 40,000 ตัน มูลค่าประมาณ 3,600 ล้านบาท ขณะเดียวกันประเทศสิงคโปร์ยังแจ้งอย่างเป็นทางการว่า ได้ประกาศรับรองอนุญาตให้โรงงานผลิตเนื้อไก่สดแช่แข็งของไทยส่งออกไปสิงคโปร์ได้เพิ่มอีก 20 โรงงาน โดยเริ่มส่งออกได้ตั้งแต่เดือนมกราคมนี้เป็นต้นไป ทำให้คาดว่าการส่งออกเนื้อไก่สดแช่แข็งของไทยไปยังสิงคโปร์จะขยายตัวเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 5,000 ตัน มูลค่ากว่า 400 ล้านบาท และปีถัดไปคาดว่าปริมาณและมูลค่าส่งออกจะเพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ ในปี 2559 ที่ผ่านมา ไทยสามารถส่งออกสินค้าปศุสัตว์ไปยังสิงคโปร์ได้ราว 16,000 ตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2,340 ล้านบาท

“คาดว่าปี 60 ยังคงเป็นอีกหนึ่งปีทองของสินค้าปศุสัตว์ส่งออก ทั้งเนื้อ นม ไข่ และอาหารสัตว์ รวมทั้งตลาดและราคาสินค้าปศุสัตว์ภายในประเทศจะมีเสถียรภาพที่ดี” นายสัตวแพทย์อภัยกล่าว