บิ๊กสหพัฒน์ชี้ขึ้นเงินเดือนขรก. ปลุกกำลังซื้อ ไม่ทำให้ราคาพุ่ง
วันที่ 29 พฤศจิกายน นายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรีอนุมัติขึ้นเงินเดือนข้าราชการเริ่มต้น 18,000 บาทว่า ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคขยับขึ้นตาม เนื่องจากราคาสินค้าที่ปรับขึ้น เป็นผลมาจากตันทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นมากกว่า แต่จะส่งผลดีต่อกำลังซื้อในตลาดดีขึ้น เพราะเมื่อคนมีรายได้เพิ่ม จะทำให้มีกำลังจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น
“ปัจจุบันเครือสหพัฒน์จ่ายเงินเดือนพนักงานระดับปริญญาตรี เริ่มต้นที่ 19,000 บาท สูงกว่าเงินเดือนข้าราชการที่ปรับใหม่อยู่แล้ว จึงยังไม่ต้องปรับเงินเดือนขึ้นตาม แต่ในบางบริษัทที่จ่ายต่ำอาจจะต้องขยับตาม” นายบุญชัยกล่าว
นายบุญชัยกล่าวว่า ส่วนการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในปีหน้า คงต้องรอดูนโยบายจากภาครัฐ จะปรับขึ้นในอัตราเท่าไหร่ อย่างไรก็ตามขณะนี้เครือสหพัฒน์จ่ายเกินจากค่าแรงขั้นต่ำอยู่แล้ว แต่ถ้าหากรัฐปรับขึ้นค่าแรงในอัตราที่สูงมากเกินไป อาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ใช้แรงงานค่อนข้างมาก จำเป็นต้องขยับราคาสินค้าขึ้นตาม
นายวรวุฒิ กาญจนกูล ประธานบริหารบริษัท ดับบลิวเฮ้าส์ จำกัด กล่าวว่า การที่รัฐบาลขึ้นเงินเดือนข้าราชการ 10% ในปี 2567 เท่ากับเป็นการบังคับให้บริษัทเอกชนที่ยังจ่ายเงินเดือนไม่สูงมาก เช่น อยู่ที่ 15,000 บาทต่อเดือน ต้องขยัยเงินเดือนขึ้นตามทั้งระบบ เพื่อให้มีช่องว่างห่างจากเงินเดือนข้าราชการ ซึ่งจะส่งกระทบเป็นลูกโซ่ไปถึงราคาสินค้าต้องปรับขึ้นตาม และมีโอกาสทำให้ภาวะเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น
“ในส่วนของบริษัท ซึ่งทำธุรกิจด้านรับสร้างบ้าน ส่วนที่จะมีผลกระทบต่อต้นทุนคือค่าแรงขั้นต่ำ เพราะคิดเป็น 30% ของต้นทุนการก่อสร้าง เช่น ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 10-20% มีผลต่อราคาบ้าน 5-10% แต่การปรับขึ้นเงินเดือนพนักงานในบริษัทไม่ส่งผลกระทบมาก ดังนั้นรัฐควรจะมีการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำแบบค่อยเป็นค่อยไป”นายวรวุฒิกล่าว

