หน้าแรก เศรษฐกิจ ปธ.หอค้า แนะแ...

ปธ.หอค้า แนะแก้หนี้ให้ได้ผล ต้องทำควบ ‘จัดการหนี้-เติมสภาพคล่อง’

29.11.23 | 16:41 น.
แฟ้มภาพ

ปธ.หอค้า แนะแก้หนี้ให้ได้ผล ต้องทำควบ ‘จัดการหนี้-เติมสภาพคล่อง’

วันที่ 29 พฤศจิกายน นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เป็นเรื่องดีและขอบคุณรัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งปัญหาหนี้ผู้ประกอบการ หอการค้าได้เสนอผ่านสมุดปกขาวในงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศก่อนหน้า เพราะปัจจุบันเศรษฐกิจชะลอตัวลง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเอสเอ็มอี กำลังซื้อประชาชนลดลง สวนทางกับต้นทุนกิจการสูงทั้งจากดอกเบี้ยกู้ ค่าพลังงาน และต้นทุนวัตถุดิบสูง จึงเสนอให้รัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน เพื่อลดผลกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

ทั้งนี้ หอการค้าได้หารือกับบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แสดงความกังวล 2 เรื่อง คือ 1.พ่อค้าคนกลาง ผู้รับเหมาช่วง ขาดสภาพคล่อง และรายใหญ่บางส่วนยืดเวลาการจ่ายเงินก็จะส่งผลต่อความสามารถบริหารสภาพคล่องของรายกลางและเล็ก ก็จะเป็นปัญหากระทบต่อซัพพลายเชนทั้งระบบได้ 2.สินเชื่อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นทั้งหนี้เสียและหนี้จะเสียเพิ่มต่อเนื่อง ก็จะกระทบยอดขายและการผลิตในอนาคต ดังนั้น การแก้ปัญหาหนี้ทั้งระบบสอดคล้องกับสถานการณ์และความจำเป็น

หอการค้าไทย จึงเสนอ 1.การจัดการหนี้ ส่วนของดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ สถาบันการเงินควรมีมาตรการที่ชัดเจนเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ชั้นดี ให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อได้ โดยเสนอให้แขวนดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ไว้ก่อน ในระหว่างนั้น หากลูกหนี้มีศักยภาพสามารถชำระหนี้ได้เป็นระยะเวลาหนึ่ง ควรพิจารณาลดดอกเบี้ยผิดนัดก้อนนั้น อาจลดดอกเบี้ยแบบขั้นบันได หรือควรจัดกลุ่มลูกหนี้และให้ความช่วยเหลือ อาทิ ลูกหนี้ชั้นดี ที่ประสบกับปัญหาจากสถานการณ์โควิด (สถานะบัญชี 21) หากธปท.มีมาตรการช่วยเหลืออย่างไรได้บ้าง ควรหยิบมาช่วยเหลือก่อน

อีกทั้งจากมาตรการฟ้า-ส้มของ ธปท. มีข้อสังเกตว่า เป็นมาตรการที่น่าสนใจแต่ยังขาดการรายงานผล การดำเนินมาตรการให้ประชาชนทั่วไปได้ทราบ ดังนั้น หากมีการติดตามและรายงานความสำเร็จของ แต่ละหัวข้อ อาทิ มาตรการต่างๆ สามารถช่วยลูกหนี้ไปได้แล้วกี่ราย กี่บัญชี คิดเป็นมูลค่าเท่าใด เป็นต้น เชื่อว่าข้อมูลที่ได้มานั้น จะช่วยให้มองเห็นภาพรวมว่ามาตรการฟ้า-ส้มข้อใดที่มีประสิทธิภาพ ในการช่วยแก้ไขปัญหาได้มากที่สุด และต่อยอดแก้ไขปัญหาต่อไป

Advertisement

ส่วนการจัดการลูกหนี้เก่า เน้นไปที่ลูกหนี้ที่มีบัญชีมีลักษณะหนี้เรื้อรัง ลูกหนี้ที่จ่ายดอกเบี้ยที่ผ่านมา ตลอด เป็นลูกหนี้ชั้นดี แต่เงินที่จ่ายมานั้นแทบจะไม่เข้าเงินต้นเลย ควรกำหนดแผนการชำระหนี้อ้างอิงตามระยะเวลาที่สามารถจ่ายได้ เพื่อให้หนี้จบได้ในระยะเวลาที่กำหนด ส่วนการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่ไม่ปกติ (ลูกหนี้สถานะบัญชี 21) เจ้าหนี้ควรให้ลูกหนี้เข้าโครงการมาตรการฟ้า เพื่อปรับโครงสร้างหนี้โดยให้มีการผ่อนปรน ประกอบกับควรการสร้างแรงจูงใจ (กรณีลูกหนี้มีศักยภาพ) โดยพิจารณาเติมเงิน ปล่อยสินเชื่อและลดดอกเบี้ย จากนั้นต้องเปิดเจรจาแก้หนี้ จัดโครงการเจรจาไกล่เกลี่ยหนี้ในแต่ละพื้นที่

อีกข้อเสนอ 2. การเติมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการ ทั้งการเพิ่มงบอุดหนุนให้ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันความเสี่ยงให้เอสเอ็มอี เพื่อให้สถาบันการเงินกล้าปล่อยกู้ให้เอสเอ็มอีรายย่อยมากขึ้น การเพิ่มแหล่งเงินทุนให้ผู้ประกอบการราย เดิมผ่านกลไกกองทุนหมู่บ้าน การสร้างแต้มต่อให้เอสเอ็มอี เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ผ่านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (SME-GP) โดยให้หน่วยงานราชการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการของเอสเอ็มอีให้ได้ 50% ของงบประมาณ จะช่วยขยายโอกาส เพิ่มเติบโตและแข่งขันได้มากยิ่งขึ้นของเอสเอ็มอี

“เป็นเรื่องที่ดีที่รัฐบาลได้เดินหน้าแก้หนี้นอกระบบของประชาชนไปในระยะแรก และหวังพิจารณามาตรการแก้หนี้ที่อยู่ในระบบของผู้ประกอบการทั้งมิติของการจัดการหนี้ และมิติของการเสริม สภาพคล่องให้ผู้ประกอบการ มีส่วนช่วยให้ภาคธุรกิจไทยสามารถเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างเข้มแข็งต่อไป” นายสนั่นกล่าว