หน้าแรก เศรษฐกิจ คนกรุงเตรียมเ...

คนกรุงเตรียมเฮ ! ปีหน้า ‘กทพ.’ ลุยแผน ‘ดับเบิลเดค’ ด่วนงามวงศ์วาน-พระราม 9 แก้วิกฤตรถติดซ้ำซาก

29.11.23 | 17:06 น.

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.)  กางแผนเดินหน้าโครงการ “ทางด่วนขั้นที่ 2” หรือ “ดับเบิลเดค” (Double Deck) ช่วงงามวงศ์วาน-พระราม 9 ปี 2567 ยกระดับการเดินทางในพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ แก้ปัญหารถติดสาหัส

กรุงเทพฯ ถือเป็นอีกหนึ่งมหานครที่มีปัญหาการจราจรติดขัดเป็นอันดับต้นๆ ของโลก จากรายงานของ INRIX บริษัทผู้ให้บริการด้านข้อมูลสภาพการจราจร และความปลอดภัยบนท้องถนนในปี พ.ศ.2565 ที่ผ่านมา พบว่าคนกรุงเทพฯ ทุกคนใช้เวลาบนท้องถนนเป็นอันดับ 2 ของทวีปเอเชีย และ 32 ของโลก เฉลี่ย 67 ชั่วโมงต่อปี หรือคิดเป็นประมาณ 3 วันต่อปี เป็นรองเพียงแค่เมืองอิสตันบูล ของประเทศตุรกี เท่านั้น

ปัญหาดังกล่าวนอกเหนือจากทำให้ประชาชนสูญเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์แล้ว ยังสร้างความสูญเสียต่อเศรษฐกิจ (Unrecoverable Loss) ในแง่ประสิทธิภาพของการสร้างผลผลิตของประเทศ ทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ค่าเสียโอกาส ความล่าช้าในการขนส่งสินค้า ต้นทุนพลังงานที่มากขึ้น จากข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่าปัญหาการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ ส่งผลต่อมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณ 11,000 ล้านบาทต่อปี และทำให้ประเทศไทยมีรายจ่ายในด้านต้นทุนเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นกว่า 6,000 ล้านบาทต่อปี

ขณะเดียวกันการเผาเชื้อเพลิงทิ้งอย่างมหาศาลยังก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง โดยเฉพาะการเป็นสาเหตุหลักของการเกิดฝุ่น PM2.55 ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนกรุงเทพฯ และทำให้เกิดค่าใช้จ่ายในด้านสุขภาพตามมา

ทั้งหมดนี้จึงเป็นที่มาของข้อเรียกร้องจากผู้ใช้รถใช้ถนนในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑลต่อหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาแก้ไขปัญหา “รถติด” อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเร่งแก้ปัญหา “รถติดบนทางด่วน” และดำเนินการโดยทันทีก่อนที่ปัญหานี้จะส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตไปมากกว่านี้ !

Advertisement

เดินหน้าโครงการ Double Deck ยกระดับการเดินทางกรุงเทพฯ ชั้นใน

ที่ผ่านมาการแก้ปัญหาจราจรติดขัดในเขตกรุงเทพฯ มีการดำเนินงานหลายรูปแบบตั้งแต่การวางผังเมืองใหม่ การเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายจราจร การขยายพื้นที่ถนนเพิ่มเติม การจัดระบบเดินรถที่ลดจุดตัด จุดกลับรถ อย่างไรก็ดี ไม่ว่าภาครัฐจะดำเนินมาตรการใดๆ กลับพบว่าไม่ได้บรรเทาปัญหารถติดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มากไปกว่านั้นปัญหาการจราจรติดขัดยังขยายตัวไปยังทางด่วนพิเศษต่างๆ โดยเฉพาะทางด่วนพิเศษทางพิเศษศรีรัช (ทางด่วนขั้นที่ 2 ) ช่วงงามวงศ์วาน-พระราม 9 ที่ประสบปัญหาการจราจรอย่างหนักเข้าขั้นวิกฤตทั้งในและนอกช่วงเวลาเร่งด่วน โดยเฉพาะบริเวณช่วงทางแยกต่างระดับพญาไทที่ด้านเหนือไปประชาชื่น และด้านใต้ไปบางโคล่

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) จึงได้ศึกษาความเป็นไปได้ที่จะสร้างทางด่วนสายใหม่เพิ่มเติม ซึ่งจากการศึกษาพบว่าแนวทางที่เหมาะสม คือ การก่อสร้างทางพิเศษยกระดับขั้นที่ 2 (Double Deck)  แยกเส้นทางรถเพื่อลดกระแสการจราจรตัดกัน โดยการก่อสร้างจะสร้างซ้อนทับทางพิเศษศรีรัช (ทางด่วนขั้นที่ 2 ) ตามแนวสายทางเหนือ-ตะวันออก (ประชาชื่น-พญาไท-อโศก) มีจุดเริ่มต้นบริเวณทางแยกต่างระดับงามวงศ์วาน เป็นทางพิเศษยกระดับขนาด 4 ช่องจราจร มี 2 ช่องจราจรต่อทิศทาง มุ่งทิศใต้เลี้ยวซ้ายไปทางทิศตะวันออกบริเวณทางแยกต่างระดับพญาไทผ่านทางแยกต่างระดับมักกะสันและมีจุดสิ้นสุดโครงการที่บริเวณหลังด่านเก็บค่าผ่านทางอโศก 4 ของทางพิเศษศรีรัช

ทั้งนี้ ในทางยุทธศาสตร์นั้น ทางด่วนขั้นที่ 2 เป็นสายทางด่วนเส้นหลักที่เป็นหัวใจของระบบทางพิเศษในเมืองและการเดินทางในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีปริมาณจราจรเดินทางเข้าออก มากกว่า 600,000 เที่ยวต่อวัน ปัญหาจราจรบนทางด่วนขั้นที่ 2 ได้ส่งผลกระทบออกไปในวงกว้างลุกลามเข้าสู่ทางทางด่วนนอกเมือง และเครือข่ายการเดินทางพื้นราบอื่น ๆ เกิดการติดขัดเป็น Gridlock ด้วยเหตุนี้การพัฒนาโครงการ Double Deck จึงมีความจำเป็นเพื่อใช้สำหรับแก้ไขปัญหาจราจรบนทางด่วนอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบ ช่วยลดเวลาการเดินทางที่มีค่าและช่วยประชาชนประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้มูลค่ามหาศาล และยังเป็นการปรับปรุงระบบทางด่วนเดิมให้พร้อมรองรับการขยายเครือข่ายทางพิเศษออกไปยังปริมณฑลทั้งด้านตะวันตกและตะวันออกอีกด้วย

เตรียมเปิดประมูลปี 67 พัฒนาเป็นทางด่วนอัจฉริยะ ตามแผนแม่บท 10 ปี

สำหรับความคืบหน้าของโครงการ Double Deck ปัจจุบันได้ศึกษาความเหมาะสมแล้วเสร็จ และมีการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะมีการเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในช่วงไตรมาส 2-3 ของปี 2567

และเนื่องในโอกาสครบรอบ 51 ปี วันคล้ายวันก่อตั้งการทางพิเศษแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 27 พ.ย.2566 ที่ผ่านมา นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้ประกาศข่าวดีด้านแผนงานในปี 2567 ของ กทพ. ว่าโครงการ Double Deck จะเป็น 1 ใน 4 โครงการที่  กทพ. เปิดประมูลนำร่อง จากแผนงานทั้งหมด 11 โครงการ ตามแผนแม่บทลงทุนทางพิเศษทั่วประเทศ ระยะเวลา 10 ปี (65-75)

โดยรายงานข่าวจากทีมบริหาร “กทพ.”  เปิดเผยกับมติชนออนไลน์ ว่า  ล่าสุดอยู่ระหว่างเจรจาร่วมกับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ “บีอีเอ็ม” (BEM) ซึ่งเป็นเอกชนผู้ที่ได้รับสัมปทานมาร่วมทุนกับ กทพ. เพื่อแลกกับการขยายสัญญาสัมปทานทางด่วนขั้นที่ 2 หรือทางพิเศษศรีรัช ระยะเวลา 15 ปี 8 เดือน ซึ่งประเมินจากการคาดการณ์รายได้ภายใน 1 ปี เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จโดยหักกับวงเงินลงทุนของโครงการ หลังจากนั้นจะเสนอต่อคณะกรรมการ (บอร์ด) กทพ.ชุดใหม่ และ ครม.พิจารณาเห็นชอบต่อไป

กทพ. คาดหวังว่า ทางด่วน “Double Deck” สายใหม่นี้จะช่วยยกระดับการเดินทางของประชาชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ​รวมถึงผู้ที่ต้องการเดินทางไปยัง “ภาคตะวันออก” ให้สะดวก รวดเร็ว และมีความปลอดภัยมากขึ้น สอดคล้องไปกับวิสัยทัศน์ของ  กทพ. ที่จะมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพเพื่อให้ทางพิเศษเป็นทางเลือกที่คุ้มค่า ปลอดภัย ได้มาตรฐาน สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ไม่จำกัดอยู่แค่พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลเท่านั้น แต่จะก้าวออกไปเพื่อเชื่อมการเดินทางทั่วทุกภูมิภาค เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนไทยทั่วประเทศให้ยั่งยืนต่อไป และการใช้งาน “Double Deck” ดังกล่าวไม่มีการคิดค่าบริการเพิ่มเติมอีกด้วย

“ในฐานะที่ กทพ. มีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางการพัฒนาระบบทางพิเศษของประเทศไทย เราคาดหวังให้ทางด่วนเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งที่มีประสิทธิภาพเพื่อช่วยสนับสนุนการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ การเดินทางไปสู่จุดนั้น กทพ. จำเป็นต้องปรับปรุงระบบทางพิเศษที่มีปัญหาจราจรให้เกิดการไหลเวียนของกระแสจราจรด้วยระดับการให้บริการสูงให้ได้ การพัฒนาโครงการ Double Deck จึงจำเป็นอย่างขาดมิได้ เนื่องจากเป็นการการแก้ไขปัญหาจราจรบนทางด่วนอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบ ช่วยเพิ่มความสุขให้ประชาชนมีความสะดวกสบาย และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนมากขึ้น” สุรเชษฐ์ ผู้ว่าการ กทพ. กล่าว