‘มูลนิธิผู้บริโภค’จ่อฟ้อง กทค.ฐานกลับมติเปลี่ยนค่าโทรเป็นวินาที-เผยมีผู้บริโภคร่วมด้วยเกือบ 400 ราย

17.01.17 | 15:30 น.

น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เมื่อวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา ได้กลับมติเรื่องการบังคับห้ามปัดเศษวินาทีทุกรายการส่งเสริมการขายของค่ายโทรศัพท์มือถือให้เป็นการบังคับแค่ครึ่งเดียวของตลาด ทางมูลนิธิฯจึงได้เริ่มประกาศเชิญชวนผู้บริโภคที่ประสบปัญหาร่วมฟ้องคดีแบบกลุ่มเพื่อสร้างบรรทัดฐานใหม่ โดยในขณะนี้มีผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แจ้งความสนใจร่วมฟ้องคดีแล้วรวมทั้งสิ้น 385 ราย ประกอบด้วยทรูมูฟเอช จำนวน 133 ราย, เอไอเอส จำนวน 127 ราย, ดีแทค จำนวน 121 ราย และบริษัท กสท. โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) จำนวน 4 ราย ได้แจ้งความสนใจเข้าร่วมฟ้องคดีด้วยแล้ว


น.ส.สารีกล่าวว่า ทางมูลนิธิกำลังเร่งให้ผู้สนใจฟ้องยื่นขอสำเนารายละเอียดการใช้บริการโทรศัพท์ (call detailed) จากผู้ให้บริการ เพื่อนำมาประกอบการฟ้องคดีแบบกลุ่ม แต่กลับพบว่ามีผู้บริโภคบางรายประสบปัญหาในการขอรายละเอียดการใช้โทรศัพท์ของตนเอง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้บริการแบบเติมเงิน จึงขอเรียกร้องให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่หยุดการกระทำที่เป็นการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค และ กสทช.ก็ควรที่จะกำชับให้ผู้รับใบอนุญาตทั้งหลายปฏิบัติตามกฎหมายของ กสทช.ด้วย ทั้งนี้ เมื่อรวบรวมข้อมูลเสร็จสิ้น มูลนิธิฯจะดำเนินการฟ้องคดีแบบกลุ่มให้เร็วที่สุด โดยต้องยืนยันว่าการคิดค่าโทรศัพท์แบบไม่ปัดเศษจะทำให้ผู้บริโภคไม่ต้องเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์อีกต่อไป

น.ส.สารีกล่าวว่า ส่วนที่มีการอ้างว่าจะทำให้ผู้บริโภคจ่ายแพงขึ้นนั้นไม่เป็นความจริง เพราะเรื่องนี้เป็นการนับเวลาการใช้โทรศัพท์ หากเราไม่ได้ใช้เต็มจำนวนนาทีก็ไม่ควรถูกปัดเศษวินาทีให้เป็นนาที สิ่งที่ทางมูลนิธิและผู้บริโภคที่เข้าร่วมเสนอเป็นเรื่องการขอให้นับปริมาณการใช้งานโดยไม่ปัดเศษ ไม่ต้องการไปยุ่งเกี่ยวกับการทำโปรโมชั่นหรือรายการส่งเสริมการขายของบริษัทแต่อย่างใด ค่ายมือถือยังสามารถมีโปรโมชั่นได้ตามเดิม เพียงแต่การคิดค่าโทรศัพท์ หรืออินเตอร์เน็ตให้คิดตามจริงไม่ปัดเศษ เพื่อให้ผู้บริโภคได้ใช้งานเต็มจำนวนตามแพคเกจจริงๆ ส่วนที่มีการอ้างว่า กสทช.ไม่ควรกำกับเรื่องนี้ แต่ควรทำให้การใช้โทรศัพท์ (เสียง) ฟรี เพราะปัจจุบันเราสามารถโทรศัพท์โดยผ่านระบบไลน์โดยไม่ต้องเสียเงิน

“ไม่คัดค้านและยินดียอมรับแนวทางดังกล่าว แต่ตราบใดที่บริษัทมือถือยังเก็บเงินค่าโทรจากผู้บริโภคอยู่ ก็ต้องกำกับให้คิดเงินอย่างเป็นธรรม และต้องเป็นธรรมกับทุกคน ไม่ใช่ให้เลือกความเป็นธรรมเพียง 50% เท่านั้น” น.ส.สารีกล่าว

Advertisement