‘ธรรมนัส’ เตือน ผู้ประกอบการขนส่งที่มีห้องเย็นตามรถบรรทุก ขึ้นทะเบียน 15 ธ.ค. ก่อน ชุด ‘พญานาคราช’ กวาดล้างครั้งใหญ่นำเข้าสินค้าเกษตรเถื่อน ยันคุมงานเองทั้งหมด
เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ที่ศูนย์เอกซเรย์และเทคโนโลยีศุลกากร สำนักงานศุลกากร ท่าเรือกรุงเทพฯ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานงานเปิดปฏิบัติการพิเศษ “พญานาคราช” ป้องกันและปราบปรามสินค้าเกษตรผิดกฎหมายโดยภายในงานมีการมอบธงและปล่อยขบวนชุดปฏิบัติการพิเศษ 4 ชุด ได้แก่ พญานาคราช (กระทรวงเกษตรและสหกรณ์) ฉลามขาว (กรมประมง) พญาไท (กรมปศุสัตว์) สารวัตรเกษตร (กรมวิชาการเกษตร) ออกปฏิบัติการฯ พร้อมเปิดทุกกระบวนการตรวจสอบการนำเข้าสินค้าประมง ตั้งแต่การ X-Ray ตู้สินค้าประมงนำเข้าเพื่อวิเคราะห์ตรวจสอบสินค้าภายในตู้ และการเปิดตู้คอนเทนเนอร์เพื่อตรวจสอบสินค้าประมงนำเข้า ตลอดจนนำเสนอนิทรรศการกระบวนการตรวจสินค้าเกษตรนำเข้า (พืช ประมง ปศุสัตว์) ให้ได้เรียนรู้และเข้าใจอย่างถูกต้อง

โดย ร.อ.ธรรมนัส เปิดเผยว่า จากนี้สินค้าเกษตรทุกประเภทที่นำเข้าสู่ราชอาณาจักร โดยผิดกฎหมาย ไม่ผ่านขั้นตอนทางพิธีการของกรมศุลกากร หรือไม่ผ่านการได้รับอนุญาตจากกรมปศุสัตว์ กรมประมง กรมวิชาการเกษตรนั้น จะให้ชุดปฏิบัติการพิเศษ “พญานาคราช” ดำเนินการตรวจสอบและปราบปราม สินค้าเกษตรนำเข้าเหล่านี้ เป็นหน้าที่หลัก

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า การปฏิบัติการที่ผ่านมา ก็ได้ทำผ่านหลายหน่วยงาน จึงทำให้เกิดความสับสน ทำงานซ้ำซ้อนกัน ฉะนั้นจึงให้การตั้งชุดปฏิบัติการพิเศษ “พญานาคราช” ขึ้น ด้วยความร่วมจากหลายหน่วยงาน อาทิ กรมปศุสัตว์ กรมประมง กรมวิชาการเกษตร กรมศุลกากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดย มอบหมายให้ทำงานการตรวจสอบและปราบปราม สินค้าเกษตรนำเข้าผิดกฎหมายโดยตรง ซึ่งเป็นไปตามคำสั่งของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดูแลและแก้ไขปัญหา การลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตร และเซ็ทซีโร่ห้องเย็นทั้งหมดทั่วประเทศ

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนในการปฏิบัติงานนั้น กรมวิชาการเกษตร กรมปศุสัตว์ กรมประมง กรมวิชาการเกษตร รวมถึง กรมศุลกากร ก็จะร่วมกันยกระดับการตรวจสอบ โดยเฉพาะกรมประมง หากตู้ขนส่งใดมีการสำแดงว่าขนสินค้าประมง ทางเจ้าหน้าที่ ก็จะทำการตรวจซีลอีกครั้ง ดังนั้นมาตรการทุกอย่างจะถูกยกระดับขึ้น

“พูดตรงเลยว่า ตอนนี้มีการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรทุกประเภท ตอนนี้เราต้องเอาจริงเอาจัง ไม่เช่นนั้น พี่น้องเกษตรกรก็จะติดกับดักวงจรอุบาทว์ ส่วนเรื่องคดีก่อนหน้านี้ ทั้งเล็กและใหญ่ อย่างหมูเถื่อน 161 ตู้นั้นดีเอสไอได้สรุปสำนวนแล้ว ผมก็จะไม่เอามาพูดอีก เพราะทางดีเอสไอรับผิดชอบไปแล้ว แต่หลังจากนี้หากมีคดีกานลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรจะเป็นหน้าที่ของ ชุดปฏิบัติการพิเศษ พญานาคราช ดูแลทั้งหมด รวมทั้งผมจะเป็นผู้ดูแลและ ควบคุมการทำงานทั้งหมดด้วยตนเอง” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ขอย้ำว่า ผู้ประกอบการขนส่ง ที่มีห้องเย็นที่อยู่ตามรถบรรทุกต่างๆ ให้ทำการขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใหม่ทั้งหมด ภายในวันที่ 15 ธันวาคมนี้ และหลังจาก 15 ธันวาคม กระทรวงเกษตรฯ โดยชุดปฏิบัติการพิเศษ “พญานาคราช” ก็จะมีการปฏิบัติการกวาดล้างครั้งใหญ่อีครั้ง (บิ๊ก คลีนนิ่งเดย์) โดยหากพบว่าผู้ประกอบการไม่ได้ขึ้นทะเบียน จะถือว่าเป็นผู้ประกอบการเถื่อนทั้งหมด และจะดำเนินคดีอาญาทันที
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า อย่างไรก็ดี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำลังทำการทบทวน เรื่องสินค้าเกษตรที่ตัดต่อพันธุกรรม ที่มีการต่อต้านไม่ให้เกษตรกรไทยนำเมล็ดมาปลูกหรือเลี้ยงในประเทศ แต่ที่ผ่านมากลับพบว่ามีการนำเข้าสินค้าเกษตรที่ตัดต่อพันธุกรรม เพื่อบริโภคในประเทศ หรือเพื่อเลี้ยงสัตว์ ดังนั้น จึงอยากศึกษาให้ชัดเจนว่า ทฤษฎีเรื่องการตัดต่อพันธุกรรมมีผลทางด้านลบจริงหรือเปล่า จึงเป็นสิ่งที่ต้องทบทวน ถ้าเกษตรกรไม่สามารถปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตว์ ตัดต่อพันธุกรรม ไม่ได้เพราะมีผลกระทบจริงๆ เพราะฉะนั้น การนำเข้า สินค้าเกษตรตัดต่อพันธุกรรมก็ตะต้องถูกห้ามเช่นกัน จึงมอบหมายกรมวิชาการไปศึกษาข้อกฎหมาย และหากได้ข้อสรุปแล้ว อาจจะออกเป็นกฎกระทรวงต่อไป
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวถึงสำหรับกรณี ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) มีคำสั่งย้ายพ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่า ไม่เกี่ยวข้องกับ คดีหมูเถื่อน แต่เป็นการบริหารราชการของ กระทรวงยุติธรรม ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ทุกกระทรวงจะมีการโยกย้าย

