หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘มาม่า’ ชี้ขึ...

‘มาม่า’ ชี้ขึ้นค่าไฟ เพิ่มภาระประชาชน แนะรัฐชะลอ จนกว่า ‘เงินดิจิทัล-ค่าแรง’ ชัดเจน

30.11.23 | 14:21 น.

‘มาม่า’ ชี้ขึ้นค่าไฟ เพิ่มภาระประชาชน แนะรัฐชะลอ จนกว่า ‘เงินดิจิทัล-ค่าแรง’ ชัดเจน

นายพันธ์ พะเนียงเวทย์ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตรา ‘มาม่า‘ กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้ปรับขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ หรือค่า Ft งวดมกราคม-เมษายน 2567ที่ 89.55 สตางค์ต่อหน่วย คิดเป็นค่าไฟฟ้าเฉลี่ยที่ 4.68 บาท/หน่วยว่า อยากให้ภาครัฐชะลอการปรับขึ้นค่าไฟออกไปก่อน เนื่องจากเป็นการเพิ่มภาระให้กับประชาชน ขณะที่คนยังมีรายได้เท่าเดิม ประกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่เพิ่มรายได้ให้กับประชาชนในหลายนโยบายยังไม่ชัดเจน เช่น เงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท และการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ เป็นต้น หากรายได้และรายจ่ายไม่บาลานซ์กัน จะส่งผลต่อกำลังซื้อในตลาดอย่างแน่นอน

“เข้าใจว่าทุกนโยบายมีเหตุและผล แต่อยากให้ไทม์ไลน์สอดรับกัน เพราะเงินที่จะให้ประชาชนยังไม่ได้ แต่รายจ่ายจากค่าไฟ ไปขึ้นรออยู่ข้างหน้าแล้ว ซึ่งในช่วงเดือนมกราคม-เมษายนเป็นช่วงที่คนน่าจะใช้ไฟเยอะ การที่รัฐบาลลดค่าไฟ น้ำมันในช่วงที่ผ่านมา ผมว่ารัฐมาถูกทางแล้ว ดังนั้นจึงต้องบาลานซ์ไทม์มิ่งกันให้ดีๆ เพราะถ้าหากบางมาตรการออกมาแล้ว อาจจะไม่มีผลในการกระตุ้นเศรษฐกิจได้”นายพันธ์กล่าว

นายพันธ์กล่าวว่า สำหรับมาม่าปัจจุบันโรงงานผลิตได้มีการใช้พลังงานทดแทนแล้ว เช่น โซลาร์เซลล์ เป็นต้น จึงทำให้ไม่ได้รับผลกระทบจากการขึ้นค่าไฟมากนักในส่วนของการผลิต แต่อาจจะมีผลต่อค่าใช้จ่ายในสำนักงานเพิ่มขึ้น แต่คงไม่มาก ขณะที่การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในปี 2567 ตามที่รัฐบาลมีนโยบายนั้น ทางบริษัทพร้อมปรับตัวและคงต้องปรับค่าแรงขึ้นตามที่รัฐบาลประกาศ โดยปรับเป็นขั้นบันได จะไม่ได้เท่ากันทุกคน และมองว่าการขึ้นค่าแรงจะทำให้พนักงานของบริษัทมีจำนวน 6,000 คน มีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย ขณะนี้บริษัทก็ไปบริหารจัดการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านอื่นแทน อย่างไรก็ดีอยากให้ภาครัฐดูแลผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ใช้แรงงานจำนวนมากมากกว่า