หน้าแรก เศรษฐกิจ รุกปลดล็อกไอย...

รุกปลดล็อกไอยูยู ‘ภูมิธรรม’ ชงครม.ไฟเขียวพ.ร.บ.ฉบับใหม่ คืนความเป็นธรรมให้ประมงไทย

30.11.23 | 15:38 น.

รุกปลดล็อกไอยูยู ‘ภูมิธรรม” ชงครม.ไฟเขียวพ.ร.บ.ฉบับใหม่ คืนความเป็นธรรมให้ประมงไทย ส่ง”ปลอดประสพ” เจรจาลดธงแดง เล็งร้อง”อียู”เยียวยา

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการประมงทะเล เพื่อฟื้นฟูการประมงทะเลและอุตสาหกรรมการประมง เปิดความคืบหน้าการปรับปรุงแก้ไขพ.ร.บ.การประมง เพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมประมงไทย ว่า รัฐบาลชุดนี้ได้เร่งแก้ไข พ.ร.บ.ประมง และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ไม่รายงาน และไร้การควบคุม (ไอยูยู) ที่ออกโดยรัฐบาลที่ผ่านมา หรือ IUU Fishing พ.ศ. 2558 ซึ่งมีหลายเรื่องที่เป็นอุปสรรคและส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมประมงไทยอย่างมาก ดังนั้น เมื่อรัฐบาลเศรษฐา เข้ามา ก็ได้นำเรื่องนี้ขึ้นมาเร่งดำเนินการอีกครั้ง ล่าสุดได้มีการทบทวนยกร่างพ.ร.บ.ฯ รวม 41 มาตรา และกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป เช่น กรมท่า ซึ่งแก้ไขตามที่ได้หารือกับภาคประชุมและที่เกี่ยวข้องทั้งระบบ โดยเตรียมนำเข้าโดยเตรียมนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการประมงทะเลฯ ในวันที่15 ธันวาคม จากนั้นจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้เร็วที่สุด ไม่เกินเดือนธันวาคมนี้ จากนั้นเข้าสู่รัฐสภาได้ต้นปี 2567 เพื่อออกเป็นกฎหมายให้มีผลบังคับใช้ต่อไป ถือว่าในส่วนการแก้ไขกฎหมายเสร็จสิ้นแล้ว เพราะนายกรัฐมนตรีสั่งการให้ดำเนินการเร่งด่วนให้เสร็สิ้นภายใน 99 วันแรกของรัฐบาลชุดนี้ ขณะเดียวกัน จะนำการปรับปรุงแก้ไขนี้เจรจากับอียูด้วย

“ก่อนหน้านี้ ผมเคยหารือกับท่านทูตอียูประจำประเทศไทย แจ้งให้ท่านทราบว่า ที่ผ่านมา ไทยปรับปรุงแก้ไขการทำประมง เพื่อให้ถูกต้องตามกฎกติกาของอียู และระดับสากล แต่กลับเป็นการทำลายอุตสาหกรรมประมงไทย ที่ครั้งหนึ่งเราเคยเป็นเจ้าสมุทร หรือส่งออกได้เป็นอันดับ 1 ของโลก อียูจะช่วยเหลือเยียวยาเราอย่างไร เช่น มีเงินชดเชย ส่งคนมาให้ความรู้ด้านการทำประมง ผ่อนคลายกฎกติกาต่างๆ หรือไม่ เมื่อรัฐบาลนี้มา เราก็ต้องทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับกลุ่มประมง ที่จะช่วยแก้ปัญหาให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มั่นใจว่า กฎหมายนี้จะผ่านความเห็นชอบ และมีผลบังคับใช้ได้ จากนั้นก็จะนำไปเจรจากับอียู ถึงข้อเท็จจริงและสิ่งที่ไทยต้องดำเนินการเพื่อรักษาอุตสาหกรรมประมงในประเทศไทย ” นายภูมิธรรม กล่าว

นายภูมิธรรม กล่าวต่อว่า ส่วนเมื่อนำไปเจรจากับอียูแล้ว อียูจะเห็นด้วย หรือจะให้ธงเหลือง ธงแดงกับไทยอีกหรือไม่ นั้น เป็นเรื่องที่จะต้องเจรจา เชื่อมั่นว่า จะเจรจาได้ โดยนายปลอดประสพ สุรัสวดี ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ และเชี่ยวชาญเรื่องการประมงอยู่แล้ว จะเป็นหัวหน้าคณะเจรจากับอียู

นายปลอดประสพ กล่าวว่า การปรับปรุงพ.ร.บ.ประมง ที่ดำเนินการเสร็จแล้วนั้น โดยแก้ไขทั้งหมด 33 มาตรา ยกเลิก 2 มาตรา และเพิ่มเติมอีก 6 มาตรา รวมเป็น 41 มาตรา เช่น น่านน้ำภายในประเทศไทย ต้องใช้กฎหมายไทย ต้องให้ความสำคัญกับอาชีพประมง เพราะไม่ใช่โจร ด้วยกฎหมายเดิม มองเหมือนว่าชาวประมงเหมือนเป็นโจร หากทำอะไรผิดจากที่กฎหมายกำหนด ซึ่งจะถูกจับ หรือลงโทษ รวมถึงยกเลิกการจับแบบกวาดล้างไปทั่ว ส่วนบทลงโทษ จะปรับให้เหมาะสม ไม่หนักเกินไป อย่างเดิมบางโทษปรับ 1 พันเหรียญ หรือประมาณ 3 แสนบาท บางเรื่องถือว่าสูงเกินไป เป็นต้น

Advertisement

นอกจากนี้ คณะกรรมการประมงแห่งชาติ ยังได้ยกเลิกคำสั่งที่ไม่เห็นชอบด้วยกฎหมาย 8 เรื่อง หรือคำสั่งทาส ซึ่งเกี่ยวกับไอยูยู 3 เรื่อง ที่ให้อำนาจจับกุม ติดตามประมงผิดกฎหมาย ทั้งนี้ การแก้ไขดังกล่าว ชาวประมงพอใจ และอยากให้กฎหมายออกมาบังคับใช้ได้สำเร็จ

“การแก้ไขปัญหาไอยูยูของรัฐบาลก่อน ที่ออกกฎหมายแก้ปัญหาไอยูยูโดยไม่ศึกษาไตร่ตรองให้ดีก่อน เป็นการทำลายอุตสาหกรรมประมงไทย ส่งผลให้ผู้ประกอบการประมงถูกดำเนินคดีนับหมื่นราย มีเรือประมงกว่า 3,000 ลำ ถูกบังคับให้ต้องจอด อีกทั้งยังมีบทลงโทษที่รุนแรง อุตสาหกรรมเสียหายมากถึง 300,000-400,000 ล้านบาทต่อปี ในเวลา 7-8 ปีของรัฐบาลก่อน รวมความเสียหายสูงถึงราว 3.2 ล้านล้านบาท และยังกระทบต่อห่วงโซ่อุตสาหกรรม เช่น โรงงานน้ำแข็ง ห้องเย็น สถานีน้ำมัน สะพานปลา ตลาดปลา แพปลา ท่าเทียบเรือ จึงถือเป็นวาระเร่งด่วนที่รัฐบาลนี้ต้องทำให้เสร็จภายใน 99 วันแรก เพื่อคืนความเป็นธรรมให้ชาวประมง และฟื้นคืนชีวิตให้อุตสาหกรรมประมงไทย จากก่อนไทยเป็นผู้ส่งออกหลักปีละกว่า 3 แสนล้านบาท แต่วันนี้เราต้องพึ่งพานำเข้าบางส่วน เป็นมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท ” นายปลอดประสพ กล่าว