หน้าแรก เศรษฐกิจ อุตฯไทยใช้กำล...

อุตฯไทยใช้กำลังผลิตเพียง 59.53% พิษหนี้ครัวเรือน ดอกเบี้ยสูง ท่องเที่ยววืดเป้า กังวลค่าแรง

2.12.23 | 08:46 น.

อุตฯไทยใช้กำลังผลิตเพียง 59.53% พิษหนี้ครัวเรือน ดอกเบี้ยสูง ท่องเที่ยววืดเป้า กังวลค่าแรง

รายงานข่าวจากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม แจ้งว่า สศอ.ประเมินเศรษฐกิจในประเทศยังฟื้นตัวได้ช้า จากปัญหาหนี้ภาคครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงส่งผลให้ผู้บริโภคยังคงระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอย และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้ต้นทุนทางการเงินและภาระหนี้ของผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น

รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวที่ปัจจุบันยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่ต่ำกว่าเป้า เนื่องจากนโยบายของประเทศจีนที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ และนโยบายจีนฟรีวีซ่าเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาประเทศไทย ขณะที่การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมยังขยายตัวจากฐานต่ำของปีที่ผ่านมา จึงต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์การส่งออกต่อไป เหล่านี้ทำให้ช่วง 10 เดือนแรกของปี 2566 อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 59.53% ค่อนข้างต่ำ สะท้อนไปยังดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม(เอ็มพีไอ) ติดลบ 5.04%

“ปัจจัยบวกต่อภาคการผลิตเวลานี้คือ นโยบายช่วยลดต้นทุนการผลิตอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ เช่น นโยบายลดค่าไฟฟ้าและตรึงราคาน้ำมันดีเซล เป็นต้น นอกจากนี้ต้องติดตามผลจากนโยบายแก้หนี้ของรัฐบาลด้วย”รายงานข่าวระบุ

รายงานข่าวระบุว่า นอกจากนี้ข้อมูลจากระบบการเตือนภัยด้านเศรษฐกิจอุตสาหกรรมภาพรวมของไทยเดือนพฤศจิกายน 2566 พบว่า ส่งสัญญาณเฝ้าระวังในช่วงขาลง จากปัจจัยภายในประเทศที่ส่งสัญญาณเฝ้าระวังเพิ่มขึ้น โดยดัชนีการลงทุนภาคเอกชน และดัชนีปริมาณสินค้านำเข้าของไทยปรับลดลง

Advertisement

รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของไทย 3 เดือนข้างหน้าชะลอตัวในช่วงขาลง และดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม 3 เดือนข้างหน้าลดลงจากเดือนก่อน ตามความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจภายในประเทศและเศรษฐกิจโลก รวมทั้งการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำที่จะส่งผลให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น

รายงานข่าวระบุอีกว่า ดังนั้นสศอ.จึงประมาณการเอ็มพีไอปี 2566 ติดลบ 4.8% ผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ(จีดีพี) ภาคอุตสาหกรรมปีนี้ ติดลบ 3.0% และคาดว่าปี 2567 เอ็มพีไอและจีดีพีอุตสาหกรรม จะกลับมาบวกขยายตัว 2.0 – 3.0% ปัจจัยสนับสนุนจากการค้าระหว่างประเทศของไทย กับประเทศคู่ค้าหลักมีแนวโน้มทยอยฟื้นตัว ประเทศเศรษฐกิจหลักมีแนวโน้มชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ภาคการท่องเที่ยวและภาคบริการยังคงมีทิศทางขยายตัว การลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและบรรเทาค่าครองชีพของภาครัฐ ที่คาดว่าจะทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง และมีความชัดเจนมากขึ้นในปีหน้า

รายงานข่าวระบุว่า อย่างไรก็ตามปี 2567 ยังต้องติดตามเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวยาวนานและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์อาจกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานเป็นวงกว้าง ต้นทุนการผลิต ค่าครองชีพ หนี้สินภาคธุรกิจและครัวเรือนอยู่ในระดับสูง เนื่องจากระดับราคาพลังงาน อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง กดดันภาคการผลิตและกำลังซื้อผู้บริโภค และความผันผวนของค่าเงิน รวมทั้งปรากฏการณ์เอลนีโญที่เป็นประเด็นให้ต้องติดตามในระยะต่อไป