นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ รองโฆษกกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า แนวโน้มกำลังผลิตถ่านหินทั่วโลกในอีก 10 ปีข้างหน้าจะเพิ่มสูงถึง 1,000 ล้านตัน โดยเฉพาะการเพิ่มกำลังผลิตในทวีปเอเชีย โดยเชื้อเพลิงถ่านหินเป็นตัวขับเคลื่อนพลังงานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คาดว่าสัดส่วนการใช้ในภาพรวมจะเพิ่มจาก 46% เป็น 60% และสัดส่วนการใช้ถ่านหินผลิตไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นจาก 32% เป็น 50% ภายในปี 2040 หรืออีก 23 ปีข้างหน้า
สำหรับสถานการณ์เชื้อเพลิงถ่านหินในประเทศไทย ยังคงเป็นหนึ่งในทางเลือกการกระจายแหล่งเชื้อเพลิงเพื่อผลิตไฟฟ้าตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (พีดีพี2015) เพื่อความสมดุลของเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า โดยความต้องการเชื้อเพลิงถ่านหิน จะเพิ่มเป็น 20 -25% ภายในปี 2579 ตามแผนพีดีพี จากปัจจุบันกว่า10% เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาพลังงานใดพลังงานหนึ่งมากเกินไป รวมทั้งเชื้อเพลิงจากถ่านหินยังมีราคาที่มีเสถียรภาพ เพื่อไม่สร้างภาระค่าไฟฟ้าที่จะกระทบต้นทุนภาคการผลิต และค่าครองชีพของประชาชนในอนาคต

