พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวระหว่างประชุมร่วมกับบรรณาธิการข่าวและผู้สื่อข่าวประจำกระทรวงเกษตรฯ ถึงการประชาสัมพันธ์ปัญหาภัยแล้งว่า สถานการณ์ภัยแล้งขณะนี้ คาดการณ์ว่าเดือนพฤษภาคม จะมีปริมาณน้ำใช้การได้ใน 4 เขื่อนหลักบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนป่าสักชลสิทธ์ เขื่อนแควน้อย เหลือประมาณ 1,590 ล้านลบ.ม.น้อยกว่าปีที่แล้วในช่วงเวลาเดียวกัน ที่มีน้ำในเขื่อนอยู่ 3,000 กว่าล้านลบ.ม. แต่เชื่อว่าการบริหารจัดการน้ำน่าจะเพียงพอจนถึงช่วงต้นเดือนสิงหาคม กรณีที่ไม่มีฝนตกเลย โดยในขณะนี้ได้มีการระบายน้ำออกจากเขื่อน 18 ล้านลบ.ม.ต่อวัน แบ่งเป็น น้ำเพื่ออุปโภคบริโภค 14 ล้านลบ.ม. น้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศน์ หรือผลักดันน้ำเค็ม 3 ล้านลบ.ม. และน้ำเพื่อภาคการเกษตร 1 ล้านลบ.ม.
สำหรับการที่ไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) ได้ระบุว่า ปริมาณน้ำในเขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนภูมิพล น่าจะหมดลงช่วงเดือนกรกฎาคม นั้น ทางกรมชลประทาน ได้เตรียมจะส่งน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ไปช่วย 2 เขื่อนดังกล่าว
พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า สำนักงานพยากรณ์ด้านอากาศประเทศญี่ปุ่น ได้คาดการณ์ว่าปรากฎการณ์เอลนีโญ หรือ ฝนแล้งนั้น จะพ้นไทยปลายเดือนพฤษภาคม 2559 ขณะที่สหรัฐฯ และยุโรป คาดการณ์ว่า เอลนีโญจะพ้นไทยระหว่างเดือนพฤษภาคม ถึงมิถุนายน 2559 ดังนั้น อย่างช้าสุดไทย น่าจะพ้นปรากฎการณ์เอลนีโญ ได้เดือนกรกฎาคม นอกจากนี้ได้สั่งการให้กรมชลประทาน ทำงานร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยาในการประเมินว่า จะมีฝนตกในไทย ช่วงเวลาใด ซึ่งในช่วง 30 วัน ก่อนถึงเดือนพฤษภาคมนั้น น่าจะได้คำทำนายที่แม่นยำที่สุดว่า จะมีฝนตกหรือไม่ และมาในช่วงเดือนใด
พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวต่อว่า ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ กระทรวงเกษตรฯ เตรียมเสนอของบกลาง วงเงิน 2,900 ล้านบาท ต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.)พิจารณาและเห็นชอบ ตามมาตรการเสนอโครงการพัฒนาอาชีพตามความต้องการของชุมชน ระยะต่อไป จำนวน 3,000 กว่าโครงการ ซึ่งอยู่ใน 8 มาตรการแก้ปัญหาภัยแล้งของกระทรวงเกษตรฯ หลังจากช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา กระทรวงมหาดไทยได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจความต้องการของเกษตรกรในแต่ละชุมชน และให้เสนอโครงการเข้ามาเพื่อที่จะขอรับงบประมาณในการสนับสนุนโครงการ ซึ่งมีการเสนอของบมากกว่า 9,000 โครงการ โดยก่อนหน้านี้ ครม.ได้มีการเห็นชอบงบใน 3,000 โครงการก่อนหน้าแล้ว วงเงิน 1,614 ล้านบาท
ทั้งนี้ หลังจากวันนี้เป็นต้นไป กระทรวงเกษตรฯ จะมีการจัดส่งข้อมูลการแก้ปัญหาภัยแล้ง และความคืบหน้าของมาตรการช่วยเหลือให้กับสำนักข่าวอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพื่อจะติดตามและช่วยรายงานผลให้กับเกษตรกรในพื้นที่ได้

